
Workshop ‘Knitting Love for Mom’
On this Mother’s Day, MFEC employees wove love into every thread, creating a special bag giving to their loved ones in the ‘Knitting Love for Mom’ workshop. Not only do we love our moms, but we also love our planet!

On this Mother’s Day, MFEC employees wove love into every thread, creating a special bag giving to their loved ones in the ‘Knitting Love for Mom’ workshop. Not only do we love our moms, but we also love our planet!

Happy World Environment Day, June 5th. On this wonderful day, the MFEC team organized a workshop called ‘Adding Color to Oxygen,’ where participants painted plant pots to enhance creativity while planting and increasing green spaces for our world. Let’s take a look at how beautifully each participant has created their works!

Have fun and feel the warmth with MFEC during Songkran, bringing back childhood memories with activities like a game of blowing rubber bands, balloon darts, patting powder, and pouring water over the elders and asking for blessings, as of Thai tradition. Wishing everyone safe travels, happiness, and enjoyable moments with family during this long Songkran holiday!

After launching the campaign “Clean Dare Share Action: Synergy Makes the World a Better Place!”, MFEC quickly continued its environmental activities within the organization, starting with small, relatable actions like waste management through the “How to Dispose” activity. We organized a parade featuring experts in organizational environmental management and dedicated staff to educate employees on-site, along with fun activities to practice proper waste segregation. This event not only created a lively atmosphere, but also heightened employees’ awareness about waste disposal and encouraged their participation in environmental conservation efforts. We are committed to building strength from the inside out, aligning with our environmental operations principles under ESG, specifically in the area of environment. Synergy makes the world a better place—let’s make the world better with our own hands.

One of the challenges in responding to cyber threats is monitoring and responding to attacks that continuously evolve in their methods and techniques. Relying solely on signature-based detection, which identifies specific characteristics of attack patterns, may not be sufficient. It’s necessary to also incorporate anomaly detection or abnormal behavior analysis for more comprehensive coverage. Although there are tools available today to assist in detecting such incidents, the ability of analysts to understand how these tools work or to identify abnormalities that the tools might miss can greatly enhance the accuracy of threat response. The incident response process, as recommended by NIST SP 800-61r2, is divided into four steps. This article focuses on step 2, Detection and Analysis. The aim is to help those involved in threat analysis understand how to detect and analyze malicious behavior. Key points from two documents—Technical Approaches to Uncovering and Remediating Malicious Activity and Federal Government

MFEC embraces new challenges by integrating the strengths of its internal departments and collaborating with its subsidiaries to enhance capabilities and elevate the standards of technology services. Under the concept of “Synergy: Blending Differences to Grow,” the company aims to utilize technology to help revitalize Thailand’s economy. MFEC’s CEO, Mr. Siriwat Vongjarukorn, shared his perspective on the state of Thailand’s digital transformation. He highlighted that the Bank of Thailand recently acknowledged last year’s GDP growth rate of 1.8%, the lowest on record, with declines continuing each quarter. This reflects a downturn in the country’s competitiveness. Additionally, the IT industry operates at a 100% trade deficit, meaning none of the profits remain in Thailand regardless of how much is sold. This positions the country at the very end of the value chain. To revitalize Thailand’s economy, building competitiveness has become the top priority for businesses to focus on. Mr. Siriwat

เมื่อโลกใบนี้เต็มไปด้วยการแข่งขัน ผู้คนมากมายต่างตั้งใจทำงานของตนเองจนเกือบลืมสิ่งที่เรียกว่า “การแบ่งปัน” ทั้งที่จริงแล้วสิ่งนี้เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริงดั่งประโยคที่ว่า “ยิ่งให้ ยิ่งได้” ที่คุณเล้ง ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ซีอีโอของบริษัท เอ็ม เอฟ ซี อี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC เคยได้กล่าวไว้ คุณเล้งกล่าวว่า “มนุษย์นั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คนกลุ่มแรกคือ Giver ผู้ที่มีความใจกว้าง และพร้อมมอบสิ่งที่ดีให้กับผู้อื่นเสมอ กลุ่มที่สองคือ Matcher เป็นกลุ่มคนที่จะทำเท่ากับสิ่งที่ได้รับตอบแทนมา และกลุ่มสุดท้ายคือ Taker เป็นกลุ่มที่ต้องการได้รับแต่ผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น” ถึงแม้มนุษย์จะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม แต่กลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ “Giver” เพราะคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จะทำให้เกิดการแบ่งปัน และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้สังคมหรือองค์กรที่มีคนกลุ่มนี้เติบโตอยู่เสมอ ซึ่งแตกต่างจากองค์กรที่มีแต่ Taker ซึ่งมีแต่คนใจแคบ และเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก สุดท้ายองค์กรที่มีแต่คนประเภทนี้ก็ไม่สามารถไปต่อได้ เพราะขาดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดังนั้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่มีแต่ Giver จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน นอกเหนือจากนี้ คุณเล้งยังกล่าวว่า “80% ของปัญหาองค์กรขนาดใหญ่เกิดจากผู้นำที่ใจแคบ” คุณเล้งได้ทำการศึกษามาว่าพนักงานหนึ่งคนส่วนใหญ่ใช้ความสามารถที่มีให้บริษัท 60% อย่างไรก็ตาม หัวหน้าที่ดี และใจกว้างสามารถทำให้พนักงานทำงานได้ถึง 80% และ 20% ที่เหลือนั้นคือกำไรของบริษัท เพื่อให้เห็นภาพ ถ้าบริษัทมีหัวหน้าที่ใจแคบ ไม่มีความเข้าอกเข้าใจลูกน้อง คนที่ทำงานด้วยก็อยากแค่ทำงานให้เสร็จไป หรือทำงานให้คาบเส้น แต่ถ้าบริษัทมีหัวหน้าใจกว้าง พร้อมสนับสนุนให้ลูกน้องได้เติบโต ลูกน้องที่ทำงานด้วยก็จะรักผู้นำ และพร้อมที่จะเต็มที่กับการทำงานให้ผู้นำได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในการบริหารองค์กรให้คนในองค์กรรู้จัก “การให้” และสร้างสังคมแบบ “Giver” จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมานั้นมากมายมหาศาล คนในองค์กรจะไม่ได้ทำงานเพียงเพราะต้องการผลประโยชน์ส่วนตนอย่างเดียว แต่พวกเขายังรู้สึกได้ถึงความผูกพันธ์ และความสัมพันธ์อันดีงามอันเนื่องมาจากการให้อย่างไม่มีสิ้นสุด ส่งผลให้บริษัทนั้นเติบโต และสร้างแต่ชื่อเสียงที่ดี ดั่งคำที่กล่าวว่า “ยิ่งให้ ยิ่งได้”

ทุกคนบนโลกนี้ล้วนอยากประสบความสำเร็จ แต่กลับไม่รู้เลยว่าอะไรคือปัจจัยที่จะนำพา “ความสำเร็จ” ไปสู่พวกเขาได้ อย่างไรก็ตาม คุณเล้ง ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ซีอีโอของบริษัท เอ็ม เอฟ ซี อี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ได้ค้นพบกุญแจสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จจากการศึกษาเบื้องหลังของเหล่าคนที่ประสบความสำเร็จ “คนที่เก่ง กับ คนที่ประสบความสำเร็จในแต่ละรุ่น ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกันคนที่เรียนสูงที่สุด กับ คนที่ประสบความสำเร็จในแต่ละรุ่น ก็ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกันคนที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุด กับ คนที่ประสบความสำเร็จที่สุด ก็คนละกลุ่มกันความสำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่การศึกษา หรือ Background” คุณเล้งอธิบายว่าความสำเร็จ 30% เกิดจากตัวเรา 70% เกิดจากสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะคนเก่ง คนร่ำรวย หรือคนที่เรียนสูง หากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ เพื่อให้เห็นภาพก็เหมือนทุเรียนชั้นดีที่ถูกปลูกในกระถาง ปลูกยังไงก็ไม่มีวันได้ผลออกมา คนก็เช่นกัน ถึงจะมีพื้นฐานที่ดียังไง หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้ไปได้ไกลได้ ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ดังนั้น “สิ่งแวดล้อมจึงสำคัญ และมีผลกระทบต่อความสำเร็จเป็นอย่างมาก” ด้วยเหตุผลนี้พี่เล้งจึงนำหลักการนี้มาปรับใช้กับภายในองค์กร ส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กรประสบความสำเร็จร่วมไปกับองค์กร โดยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและเติบโตในเส้นทางของตัวเอง เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถที่จะ “ประสบความสำเร็จ” โดยมีสิ่งแวดล้อมขององค์กรเป็นแรงผลักดัน และเกื้อกูลให้พนักงานทุกคนสามารถใช้ศักยภาพของตนเองพัฒนาตนเองและบริษัทได้อย่างสูงสุด นอกเหนือจากนี้ คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นั้น มักจะเคยผ่านช่วงเวลาที่เคยยากลำบากมาก่อน เนื่องมาจากคนที่เคยลำบากมาก่อนนั้นจะสามารถเชื่อมต่อกับแรงผลักดันของตัวเองได้ง่าย และมีความพยายามเหนือกว่าคนอื่น ๆ พวกเขาจะมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น และใช้จุดนี้ในการเติบโตไปในทิศทางที่ดี ดังนั้นพนักงานทุกคนจึงต้องได้รับมอบหมายงานที่หลากหลายทั้งยากและง่าย รวมไปถึงการเข้าไปร่วมทำงานกับทีมอื่น ๆ เพื่อให้เป็นการสร้างความท้าทายให้กับตนเอง เข้าใจการทำงานของทีมอื่น ๆ ในองค์กร และเป็นแรงผลักดันให้พนักงานพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น คุณเล้งจึงได้กล่าวว่า “ความสำเร็จนั้น ไม่ได้เกิดจากเกียรตินิยมแต่อย่างใด แต่เกิดจากการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี และแรงผลักดันจากความลำบากของตน” การที่จะบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้นั้น เราจะต้องผลักดันให้คนในองค์กรประสบความสำเร็จร่วมไปกับบริษัทด้วย เพราะความสำเร็จของคนในองค์กรก็เหมือนความสำเร็จของบริษัท หลักการนี้จึงเป็นหลักการที่สำคัญจะช่วยผลักดันให้บริษัทประสบความสำเร็จได้

สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เมล็ดพันธุ์ชั้นดีสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ดังนั้น คุณเล้ง ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ซีอีโอของบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC จึงต้องการที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับเมล็ดพันธุ์แต่ละประเภท โดยคุณเล้งอธิบายว่าความสำเร็จ 30% เกิดจากตัวเรา และอีก 70% เกิดจากสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมองค์กรที่ดีจะทำให้พนักงานสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัฒนธรรมของ MFEC เป็นผลลัพธ์ของค่านิยม 4 อย่าง คือ Passion Professional Teamwork และ Giver โดยค่านิยมเหล่านี้จะหล่อหลอมให้พนักงานมีความสุขในการทำงานและสร้างความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองให้สามารถบรรลุเป้าหมายของการทำงานที่นอกจากจะทำให้ตนเองมีความสุขแล้วยังสร้าง Impact ให้กับสังคมได้อีกด้วย การเรียนรู้เป็นขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาตนเอง สำหรับแนวทางในการเสริมสร้างการเรียนรู้ภายในองค์กร คุณเล้งไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการเพิ่มพูนทักษะดั้งเดิมที่เป็นการสื่อสารทางเดียว เช่น อบรมที่จัดขึ้นโดยบริษัทในเนื้อหาที่ไม่ใช่ความสนใจของพนักงานอย่างแท้จริง คุณเล้งต้องการที่จะลดการเรียนรู้รูปแบบนี้ให้น้อยลง โดยมองว่า ในปัจจุบัน ความรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอบรมเท่านั้น อินเทอร์เน็ตเป็นคลังความรู้มหาศาลที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ในทุกเรื่องที่ใฝ่รู้ อย่างไรก็ตาม หากพนักงานมีความสนใจที่จะเพิ่มพูนทักษะบางอย่าง ทางองค์กรก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยสามารถรวมกลุ่มคนที่สนใจในเรื่องเดียวกันมาทำเรื่องขอให้จัดอบรมในเรื่องนั้น ๆ ได้ นอกเหนือจากการเรียนรู้จากการค้นคว้าหรือการอบรม การเรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ก็เป็นแนวทางที่คุณเล้งสนับสนุน MFEC เป็นศูนย์รวมของผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีในหลายแง่มุมซึ่งแต่ละคนก็มีความรู้ที่สั่งสมจากประสบการณ์และการค้นคว้าอยู่มาก การแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันจึงเป็นแนวทางที่จะเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยเหตุนี้ทางองค์กรจึงจัดกิจกรรมให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กันของพนักงานในองค์กรอยู่เสมอ เพื่อส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ดังกล่าว “เราจะเป็นบริษัทไอทีที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด ผ่านการผลักดันศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของพนักงาน เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยี และยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน” เป็นวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ทุกคนยึดมั่นดำเนินตาม เพื่อที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนในการทำให้ชีวิตดิจิทัลของคุณดีขึ้น