Skip links
View
Drag

Run Oracle Your Way 

MFEC ออกแบบ Oracle Database Platform ให้เหมาะกับแต่ละ Workload ตั้งแต่ระบบในศูนย์ข้อมูลขององค์กร Engineered Systems และ Cloud@Customer ไปจนถึงบริการฐานข้อมูลบน OCI 

องค์กรไม่ได้ต้องการเพียง Database Technology ที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องการ Architecture ที่เหมาะกับลักษณะธุรกิจ Workload และรูปแบบการดำเนินงานของตัวเอง 

ด้วยมุมมองการออกแบบแบบ Cross-Solution ของ MFEC องค์กรสามารถพิจารณา Oracle AI Database บนเซิร์ฟเวอร์หรือ Engineered Systems บริการฐานข้อมูลบน Cloud@Customer และ OCI ตลอดจนการปกป้องข้อมูลและ Middleware ให้ทำงานร่วมกันตามความต้องการของแต่ละระบบ

เพราะคำตอบของ Oracle Database ไม่จำเป็นต้องเป็น Platform เดียวสำหรับทุก Workload 

MFEC จึงเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ Business Requirement ก่อนพิจารณา Technology เพื่อให้องค์กรสามารถ Run Oracle Your Way ได้อย่างเหมาะสมทั้งในวันนี้และรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว 

Oracle Database Platform ที่ทีม MFEC ดูแล 

การเลือก Oracle Database Platform ต้องพิจารณา Workload, SLA, Data Residency, Security, งบประมาณ และผู้รับผิดชอบการดูแลระบบร่วมกัน เพราะระบบที่ติดตั้งและบริหารในศูนย์ข้อมูลขององค์กรมี Operating Model ต่างจากบริการฐานข้อมูลที่ Oracle จัดการโครงสร้างพื้นฐานให้ 

MFEC จึงนำความเชี่ยวชาญด้าน Database Architecture มาใช้ในการประเมินและออกแบบ Platform ให้เหมาะกับ Requirement ของแต่ละ Workload ตั้งแต่ระบบที่องค์กรต้องการควบคุม Infrastructure ด้วยตัวเอง ไปจนถึงระบบที่ต้องการ Performance, Availability, Cloud Flexibility หรือ Automation ในระดับสูง 

Platform เหมาะกับ 
Database on Server Oracle AI Database ที่ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูลขององค์กร เหมาะเมื่อองค์กรต้องการออกแบบและดูแล Hardware, OS, Database และ HA/DR ด้วยตนเอง โดยตรวจสอบระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม Virtualization ตาม Certification ที่เกี่ยวข้อง 
Oracle Database Appliance (ODA) Engineered System ที่รวม Compute, Storage, Network และ Software สำหรับ Oracle Database ช่วยให้ติดตั้งและบริหารระบบฐานข้อมูลได้สะดวกขึ้น 
Oracle Exadata Database Machine Engineered System สำหรับ Oracle Database ในศูนย์ข้อมูลขององค์กร เหมาะกับ Workload และการรวมฐานข้อมูลที่ต้องการ Performance, Capacity และ Availability สูง โดยองค์กรยังต้องวางแผนการดูแลและ License ตามรูปแบบที่ใช้ 
Zero Data Loss Recovery Appliance (ZDLRA) Engineered Data Protection Solution สำหรับ Backup และ Recovery ของ Oracle Database รองรับ Real-time Redo Transport และ Immutable Backup เมื่อกำหนดค่า Policy และความสามารถที่เกี่ยวข้อง เป็นชั้นปกป้องข้อมูล ไม่ใช่ระบบสำหรับรันฐานข้อมูลหลัก 
Exadata Cloud@Customer (ExaCC) โครงสร้างพื้นฐาน Exadata ที่ Oracle จัดการและติดตั้งในศูนย์ข้อมูลลูกค้า รองรับ Exadata Database Service on Cloud@Customer และ Autonomous AI Database on Exadata Cloud@Customer โดยลักษณะการบริหารฐานข้อมูลขึ้นอยู่กับบริการที่เลือก 
Oracle Base Database Cloud@Customer (BaseDB-C@C) บริการ Oracle AI Database แบบ Hybrid Cloud ในศูนย์ข้อมูลลูกค้า พร้อม Automation สำหรับวงจรชีวิตฐานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่ Oracle จัดการ เหมาะกับ Workload ที่ต้องคงข้อมูล ณ สถานที่ที่เลือกและต้องการ Cloud Operating Model 
Oracle Database on OCI ตัวเลือกบริการฐานข้อมูลบน OCI เช่น Oracle Base Database Service บน VM และ Oracle Exadata Database Service การรองรับ RAC, การขยายระบบ และระดับการบริหารจัดการแตกต่างตามบริการและ Configuration 
Autonomous Database Oracle Autonomous AI Database เป็นบริการฐานข้อมูลที่ทำงานอัตโนมัติ ในด้าน Provisioning, Backup, Patching และการปรับขนาดตามบริการที่เลือก ใช้ได้บน OCI และบน Exadata Cloud@Customer ในรูปแบบที่ Oracle รองรับ 

โจทย์จึงอยู่ที่การเลือก Deployment Model และระดับ Automation ให้เหมาะกับแต่ละระบบ รวมทั้งออกแบบการเชื่อมต่อ การปกป้องข้อมูล และการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกัน 

เลือก Solution จาก Workload และ Operating Model 

ก่อนตัดสินใจเลือก Platform ทีม MFEC พิจารณา Architecture ผ่าน 4 มิติสำคัญ เพื่อให้ Solution ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน แต่สามารถรองรับการเติบโตและการดูแลระบบในระยะยาวได้ด้วย 

  • Workload & SLA – ประเมิน Transaction, Throughput, Latency, Growth รวมถึง RTO และ RPO เพื่อเข้าใจระดับ Performance และ Availability ที่แต่ละระบบต้องการ 
  • Location & Regulation – พิจารณา Data Residency, Network Dependency และข้อกำกับขององค์กร เพื่อกำหนดตำแหน่งและรูปแบบ Infrastructure ที่เหมาะสม 
  • Availability & Protection – ออกแบบ HA/DR, Backup, Recovery และ Cyber Resilience ตามระดับความสำคัญของแต่ละ Workload รวมไปถึง PQC ready รองรับการปกป้องความเสี่ยงในอนาคต 
  • Operation & Cost – เปรียบเทียบ Automation, Skill, License, Capacity และภาระในการทำ Day-2 Operation เพื่อให้ Technology ที่เลือกสามารถบริหารจัดการได้จริงในระยะยาว 

การประเมินเหล่านี้ช่วยให้กำหนด Platform จาก Business Requirement และ Workload จริง แทนการนำทุกระบบไปอยู่บนสถาปัตยกรรมเดียวกัน 

Hybrid Architecture ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียง Platform เดียว 

หนึ่งในความสามารถสำคัญของ MFEC คือการออกแบบ Cross-Platform Architecture โดยไม่จำกัดว่าทุก Workload ต้องอยู่บน Technology หรือ Deployment Model เดียวกัน 

ตัวอย่างเช่น องค์กรอาจรันฐานข้อมูลหลักบน Oracle Exadata Database Machine หรือ Exadata Cloud@Customer และเลือก OCI สำหรับระบบสำรองตาม RTO, RPO และวิธีเชื่อมต่อที่กำหนด ขณะที่ ZDLRA ทำหน้าที่ปกป้องข้อมูลด้วย Backup และ Recovery การใช้ ZDLRA ร่วมกับบริการหรือสภาพแวดล้อมใดต้องตรวจสอบการรองรับและออกแบบตามข้อกำหนดของ Oracle 

แนวทางนี้ทำให้องค์กรสามารถใช้จุดแข็งของแต่ละ Oracle Technology ตามบทบาทที่เหมาะสม ขณะที่ MFEC ทำหน้าที่เชื่อมแต่ละองค์ประกอบให้กลายเป็น Architecture เดียวที่สามารถบริหารจัดการได้จริง 

Supporting Oracle Capabilities 

นอกจาก Database Platform แล้ว ภาพยังแสดงความสามารถที่เชื่อมฐานข้อมูลกับ Application, Content, Process และ Data Integration ผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้มีบทบาทต่างกันและต้องเลือกการติดตั้งให้ตรงกับสถาปัตยกรรม: 

  • Oracle APEX — แพลตฟอร์ม Low-code สำหรับพัฒนา Web Application ที่ทำงานร่วมกับ Oracle Database 
  • Oracle WebCenter Content — ระบบ Enterprise Content Management สำหรับจัดเก็บ จัดการ และนำเนื้อหาองค์กรไปใช้ในกระบวนการทำงาน 
  • Oracle Business Process Management Suite (BPM Suite) — เครื่องมือออกแบบ ดำเนินการ และติดตามกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึง Workflow และ Human Task 
  • Oracle WebLogic Server — Application Server สำหรับติดตั้งและบริหาร Java Enterprise Application; จัดอยู่ในชั้น Application Runtime และ Middleware 
  • Oracle SOA Suite — ชุดความสามารถสำหรับบูรณาการบริการและจัดการ Process หรือ Service Orchestration ระหว่างระบบ 
  • Oracle Service Bus — องค์ประกอบสำหรับเชื่อมต่อบริการ จัดเส้นทางและแปลงข้อความตามรูปแบบ Integration ที่ออกแบบ 
  • Oracle GoldenGate — รองรับ Change Data Capture และการทำ Replication สำหรับ Data Integration, Migration หรือความพร้อมใช้งานตามรูปแบบที่รองรับ 

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่เหนือชั้น Core Infrastructure และใช้งานร่วมกับ Database Platform ได้ตาม Deployment Model ที่เลือก ส่วน Security, Observability และ Operations เป็นประเด็นที่ต้องออกแบบครอบคลุมทั้งสถาปัตยกรรม 

บริการครบ Journey ตั้งแต่ Architecture ถึง Day-2 Operation 

การนำ Database Platform ไปใช้งานต้องวางแผนตั้งแต่ Architecture และ Migration ไปจนถึงการดูแลหลัง Go-Live ขอบเขตบริการที่องค์กรควรพิจารณาร่วมกับ MFEC ได้แก่ 

  • Assess & Design — วิเคราะห์ Current State, Workload, Dependency, SLA และ Security ก่อนออกแบบ Target Architecture 
  • Implement & Upgrade — ติดตั้ง กำหนดค่า Patch และ Upgrade โดยตรวจสอบเวอร์ชันและ Configuration ที่ Oracle รองรับ พร้อมวางแผนลดผลกระทบต่อระบบ 
  • Migrate — เตรียม Data Migration, Rehearsal, Validation, Cutover และ Rollback Plan เพื่อลด Downtime 
  • Optimize & Secure — ดูแล Performance Tuning, Capacity, Backup, HA/DR, Access Control และ Security Hardening 
  • Operate & Support — Monitoring, Health Check, Incident Support, Capacity Planning และ Continuous Improvement  

จุดนี้ทำให้บทบาทของ MFEC ไม่ได้จบลงเมื่อ Technology ถูกติดตั้ง แต่ครอบคลุมไปถึงการทำให้ Architecture สามารถ Run, Recover, Scale และ Operate ได้จริงตลอด Lifecycle 

สิ่งที่องค์กรได้รับจากการออกแบบแบบ Cross-Platform 

ผลลัพธ์ที่ควรได้จากการออกแบบ Oracle Database Platform คือสถาปัตยกรรมที่อธิบายเหตุผลของการเลือกแต่ละบริการได้ มี SLA และ Continuity Plan ที่ตรวจสอบได้ และมี Operating Model ที่ทีมงานนำไปใช้ต่อได้ 

  • Platform Fit — เลือก Technology ให้เหมาะกับ Workload แทนการบังคับทุกระบบให้อยู่บน Platform เดียว 
  • Operational Readiness — เตรียม Runbook, Monitoring, Backup/Recovery Test และ Knowledge Transfer ก่อน Go-Live 
  • Lifecycle Planning — วาง Roadmap สำหรับ Patch, Upgrade, Capacity และ Technology Refresh เพื่อให้องค์กรสามารถวางแผนการดูแล Platform ในระยะยาวได้ 

ทำไมองค์กรจึงเลือก MFEC สำหรับ Oracle Database Platform 

การออกแบบ Oracle Database Platform ต้องเชื่อมการตัดสินใจเรื่อง Database, Engineered Systems, Cloud@Customer, OCI, Data Protection และ Middleware เข้ากับ Workload และการปฏิบัติงานจริง 

  • Cross-Solution Expertise — เชื่อมมุมมอง Database, Engineered Systems, Cloud, Data Protection และ Middleware เข้าด้วยกัน เพื่อออกแบบ Architecture จากภาพรวมของ Workload 
  • Delivery Discipline — วาง Rehearsal, Validation, Cutover และ Rollback ให้สามารถตรวจสอบได้ก่อนเปลี่ยน Production เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนระบบ 
  • Design for Operation — ออกแบบ Monitoring, Backup/Recovery, Security และ Capacity ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ระบบพร้อมสำหรับการ Operate หลัง Go-Live ไม่ใช่รอแก้ปัญหาในภายหลัง 
  • Knowledge Transfer — ส่งมอบ Runbook และองค์ความรู้ให้ทีมขององค์กรสามารถดูแลระบบต่อได้อย่างมั่นใจ  

MFEC สามารถใช้กรอบการประเมินและแผนส่งมอบเหล่านี้ในการหารือกับองค์กร เพื่อกำหนดขอบเขต Solution, ความรับผิดชอบ และเกณฑ์ความสำเร็จให้ชัดเจนก่อนดำเนินโครงการจริง 


วางแผน Oracle Database Journey กับ MFEC 

Assessment และ Architecture Design สำหรับแต่ละ Workload 

Contact: datapresale@mfec.co.th