AI ไม่ได้แค่ช่วยทำงาน แต่เริ่มขับเคลื่อน Workflow ของทั้งองค์กร
Amplify output with agents
Achieve more and realize business impact by automating your team’s workflows
ricks
หลายองค์กรอาจกำลังเจอปัญหาการมีระบบ AI หลายตัว แต่ทำงานแยกส่วนกัน ค้นหาข้อมูลยาก และมีความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหล ที่บูธของ MFEC จึงได้นำเสนอโซลูชัน Google Workspace & Gemini Enterprise ที่จะเข้ามาพลิกโฉมการทำงานด้วย AI Agents ที่เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ปลดล็อกศักยภาพองค์กรด้วย Gemini Enterprise
Gemini Enterprise เป็นแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและครอบคลุม ช่วยให้พนักงานสามารถสร้างและจัดการ AI Agents ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดเด่นดังนี้
- ผสานข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว (Blended Search): พนักงานกว่า 89% ต้องค้นหาข้อมูลจากหลายแอปพลิเคชัน ระบบนี้จึงช่วยให้ค้นหาข้อมูลจากระบบต่างๆ เช่น Google Workspace, SharePoint, Jira หรือ Salesforce ได้ในการค้นหาครั้งเดียว
- แม่นยำและปลอดภัย: มีระบบ Grounding ช่วยลดปัญหา AI ตอบไม่ตรงความจริง (Hallucination) และมีการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด
- สร้าง Agent ได้แบบ No-Code: ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้าง Agent เพื่อช่วยงานเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยเขียนโค้ดได้โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่ง

จาก Agent สู่ Business Workflow
เมื่อ AI สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลและระบบขององค์กรได้ Use Case ก็สามารถขยายจาก Productivity ไปสู่ Business Process ที่ซับซ้อนขึ้น MFEC ได้นำแนวคิดดังกล่าวไปพัฒนาเป็น Use Case หลายรูปแบบ โดย MFEC ได้มีการสาธิตการนำ AI Agents ไปใช้จริงในหลากหลายอุตสาหกรรม (MFEC ATLAS Platform)
ตัวอย่าง Use Cases โซลูชันสุดล้ำจาก MFEC
- ธุรกิจโรงพยาบาล (Hospitality): AI Agent บน LINE OA ที่ช่วยตรวจสอบประวัติการรักษา แนะนำแพ็กเกจสุขภาพแบบ Personalized และมีผู้ช่วยเภสัชกรให้ข้อมูลยาเบื้องต้น
- การซ่อมบำรุงโครงข่าย (Smart Grid): AI ช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายความเสียหายของอุปกรณ์ (Electra) และระบบ Machine Learning ที่ช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงเครื่องจักรชำรุดล่วงหน้า (Clio)
- Intelligence OCR: ระบบอ่านข้อมูลเอกสาร (เช่น ใบกำกับภาษี) อัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชันตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
- ผู้ช่วยผู้บริหาร (Executive Brief Agent): AI ช่วยสรุปข่าวสารสำคัญรายวัน วิเคราะห์ราคาวัตถุดิบโลก และประเมินผลประกอบการเพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
Agentic Workplace Transformation ต้องเริ่มจาก Foundation
ที่พร้อม
ยิ่ง AI เชื่อมต่อกับ Workflow ขององค์กรมากขึ้น สิ่งที่อยู่เบื้องหลังก็ยิ่งมีความสำคัญ เพราะคุณภาพของ Agent ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของ Model เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ Data, Architecture, Integration, Security และ Governance ที่รองรับอยู่เบื้องหลัง นี่คือเหตุผลที่การเดินทางสู่ Agentic Workplace Transformation ต้องมองแบบ End-to-End ตั้งแต่ Infrastructure, Security & Governance, Data Connectors ไปจนถึงการพัฒนา Custom AI Agent

จาก AI Adoption สู่ AI Automation
องค์กรในวันนี้อาจไม่จำเป็นต้องถามเพียงว่า “เราจะนำ AI มาใช้กับงานอะไรได้อีก?” แต่ควรถามต่อว่า “เราจะเชื่อม AI เข้ากับ Data และ Workflow อย่างไร เพื่อให้ AI สามารถสร้าง Business Impact ได้จริง?”
เพราะก้าวต่อไปของ Enterprise AI ไม่ใช่การมี AI เพิ่มขึ้นในทุกทีม แต่คือการทำให้ AI ที่กระจายอยู่ทั่วองค์กรสามารถทำงานร่วมกับ People, Data และ Business Process ได้อย่างเป็นระบบ
จาก Individual Productivity → Connected Enterprise AI → Agentic Workflow → Business Impact
นี่คือเส้นทางของ Agentic Workplace Transformation
บริการ End-to-End AI Services จาก MFEC
MFEC มีบริการดูแลตั้งแต่การวางโครงสร้างพื้นฐาน การตั้งค่าความปลอดภัย (Security & Governance) การเชื่อมต่อฐานข้อมูล (Data Connectors) ไปจนถึงการพัฒนา Custom AI Agent ตอบโจทย์แต่ละธุรกิจ เพื่อให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้อย่าง มั่นใจ ปลอดภัย และสร้าง Business Impact ที่วัดผลได้
