รู้จัก UiPath RPA ตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่หลายองค์กรหันมาใช้

“Data, I look at it as the new oil. It’s going to change most industries across the board.” — Brian Krzanich, Intel CEO (อ้างอิง [1])

หลายคนคงเคยได้ยินว่า “Data is the new oil.” และสงสัยว่าทำไมนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยมองว่าข้อมูลนั้นมีความสำคัญ และแท้จริงแล้วข้อมูลจะสามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกได้จริงหรือไม่ และจะเปลี่ยนไปอย่างไร

หากเรามองโลกธุรกิจในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เราจะพบว่าหลายธุรกิจมีแนวโน้มการเติบโตแบบ exponential ไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Amazon หรือแม้แต่ธุรกิจที่เข้ามา disrupt ธุรกิจเดิมๆ เช่น ธุรกิจการส่งอาหารหรือธุรกิจการขนส่งอย่าง Uber ซึ่งหากเรามองเข้าไปในโครงสร้างของธุรกิจเหล่านั้นจะพบว่า พวกเขาได้อาศัยการจัดเก็บและใช้งานข้อมูลอย่างมหาศาล หรือที่เรียกกันว่า Big Data โดยทุ่มทรัพยากรบุคคลเพื่อมาทำหน้าที่ Data Scientist เพื่อนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ
 

ข้อมูลที่ใช้มีตั้งแต่การแปลงข้อมูลดิบมาเป็นรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย หรือการทำ Data Visualization ที่แปลงข้อมูลมาเป็นกราฟ แผนภูมิ หรือภาพเคลื่อนไหว ที่ทำให้องค์กรสามารถเข้าถึง Insight ในมุมองที่หลากหลายทำให้เห็นคุณค่าของข้อมูล ซึ่งการทำ Data Visualization จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของธุรกิจ ต้นทุนจริงของการทำงาน หรือสามารถทำนายผลประกอบการว่าจะสร้างกำไรในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด ตลอดจนสามารถคาดการณ์ได้ว่าหากเปิดบริการรูปแบบใหม่ๆ แนวโน้มการทำกำไรจะเติบโตได้ดีขึ้นหรือไม่

uberPOOL
uberPOOL

ตัวอย่างธุรกิจที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์และมองเห็นโอกาสการขยายบริการให้เติบโตมากขึ้น จนเกิดเป็นบริการใหม่ให้ user ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส อย่าง Uber ที่ได้ทำการเก็บข้อมูลจาก ผู้ใช้บริการจำนวนมากที่มักเดินทางไปในเส้นทางเดียวกัน ให้สามารถไปรถคันเดียวได้ ในรูปแบบ carpooling ภายใต้ชื่อบริการ uberPOOL ถือเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้งาน uber ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เปิดทางให้ผู้ใช้บริการสามารถเรียกรถในราคาที่ถูกลง และคนขับได้รับค่าบริการมากขึ้น เป็นต้น

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้มีเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล (data source) ได้อย่างหลากหลาย รวมถึงมีการจัดเก็บข้อมูลได้หลายรูปแบบ ทำให้หลายองค์กรชั้นนำ ได้มีการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพื่อให้องค์กรนำมาซึ่งข้อมูลเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำ Web Spider, การทำ Web Scraping, การเก็บข้อมูลผ่านระบบสมัครสมาชิก และวิธีการอื่นๆ อีกมากมาย

แม้ว่าในโลกธุรกิจจะมองเห็นความสำคัญของการรวบรวมข้อมูล แต่ในความเป็นจริงองค์กรจำนวนมากก็มักพบปัญหาว่า แหล่งข้อมูล (data source) ที่มีหลากหลายนั้น ไม่ใช่ทุกแหล่งที่จะมี API หรือช่องทางดึงข้อมูลที่ชัดเจน และปัญหาอีกอย่างหนึ่งในการรวบรวมข้อมูลก็คือ การเข้าถึงข้อมูลจากช่องทางหรือแหล่งที่มาที่ต่างกัน ทำให้ต้องใช้คนจำนวนมากที่มีความรู้เฉพาะทางในแต่ละด้าน เข้ามาช่วยในการเก็บและรวบรวมข้อมูล ก่อให้ความล่าช้ากับการรวมข้อมูลที่มีปริมาณมาก ข้อมูลที่ไม่จำเป็น และความไม่แม่นยำที่อาจเกิดขึ้นได้

Robotic Process Automation หรือ RPA จึงอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ที่จะมาช่วยในจัดการข้อมูลเพื่อนำไปประยุกต์ใช้สำหรับองค์กร ที่เปิดให้องค์กรได้พัฒนา robot เข้ามาช่วยรวบรวมข้อมูลมาเก็บไว้ในรูปแบบที่พร้อมประมวลผลได้ง่าย ทั้งมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะมาจากเว็บ, แอปพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์, หรือช่องทางอื่นๆ RPA ยังสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของแหล่งข้อมูลตลอดเวลา โดยมีโอกาสผิดพลาดต่ำเกือบเป็นศูนย์ และยังสามารถตั้งเวลาเพื่อให้ทำงานตามตารางเวลาตามที่ต้องการได้อีกด้วย

 

ความง่ายในการใช้งาน RPA ของ UiPath

RPA ของ UiPath สามารถทำงานร่วมกับระบบงานระดับองค์กรได้เป็นอย่างดี ความสามารถของกระบวนการทำงานอัตโนมัติโดย Bot จะช่วยจัดการงานที่ซ้ำซากในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่สำคัญยังตอบโจทย์การใช้งานในธุรกิจภาคการเงิน รองรับการทำงานแบบ Digital Workforce ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ในด้าน Security ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ RPA จะช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลรั่วไหลไปภายนอกเพราะพนักงานส่วนที่ใช้งาน RPA เองก็เข้าถึงข้อมูลน้อยลงไปด้วยเช่นกัน การดำเนินการแบบนี้ยิ่งทำให้ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้อีกด้วย

MFEC จึงเลือกใช้ RPA Platform ชั้นนำระดับโลกจาก UiPath ที่นักพัฒนาสามารถสร้างกระบวนการทำงานได้อย่างอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดหลายบรรทัดให้ยุ่งยาก อีกทั้งยังสามารถอ่านข้อมูลจากไฟล์เอกสารและกรอกลงระบบต่างๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และยังสามารถกเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ AI อื่นๆ อย่าง Microsoft, Google ได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ RPA ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีจำพวกการแปลง OCR (Optical Character Recognition) เพื่อแปลงตัวอักษรและตัวเลขให้อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ และนำข้อมูลที่ได้เหล่านั้นไปเก็บไว้ยัง database หรือเชื่อมต่อไปยังระบบอื่นๆ ตัวอย่างเช่น การเก็บข้อมูลบัตรประชาชนที่ใช้ในธนาคารต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเก็บข้อมูลทะเบียนรถยนต์ของตำรวจ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่ระบบ Big Data เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้นัก Data Scientist ในการต่อยอดในการสร้าง Model ความเชื่อมโยงกับงานทางด้านต่างๆ ต่อไป

ส่วนในกรณีที่เราอาจต้องเชื่อมต่อกับโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ด้วย API  ทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปได้ยาก แต่ด้วยเทคโนโลยีของ AI Computer Vision จะช่วยให้ UiPath Robot สามารถมองเห็นทุกองค์ประกอบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ เปรียบเสมือน virtul workforce ที่สามารถเป็นผู้ช่วยที่ดีในการพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การที่เข้าถึงแหล่งข้อมูล หรือจัดการกับข้อมูลด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย อย่าง RPA นั้น เป็นส่วนที่ช่วยพัฒนาและทำให้องค์กรหรือธุรกิจของเราสามารถจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล หรือ Big data  และนำข้อมูลเหล่านั้นไปวิเคราะห์และ เพิ่มโอกาส เพิ่มขีดความสามารถในการขยายธุรกิจให้เติบโตรวดเร็วและนำองค์กรเข้าสู่ digital transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

 
สนใจรับคำปรึกษาการปรับองค์กรไปสู่การทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบติดต่อ
email : ps-bsm@mfec.co.th
หรือ scan QR code ผ่านช่องทาง LINE OA

 

[1] Intel CEO Says Data is the New Oil (https://fortune.com/2018/06/07/intel-ceo-brian-krzanich-data/)