NUTANIX ปักธงรบบนสนาม Enterprise Cloud Platform

NUTANIX ปักธงรบบนสนาม Enterprise Cloud Platform

คงต้องยอมรับว่าตอนนี้กระแส Cloud เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไอทีไทย จะเห็นว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมามีผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ต่างเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการของตัวเองกันอย่างคึกคัก

ไม่ว่าจะเป็น Private Cloud, Public Cloud หรือ Hybrid Cloud เพื่อเร่งประกาศให้รู้ทั่วกันว่าพวกเขาพร้อมที่จะนำทุกท่านฝ่าวิกฤต Cloud Disruption ซึ่งหากเปรียบการแข่งขันของผู้เล่นในตลาด Cloud เป็นสังเวียนมวย ในฐานะคนดูเชื่อว่าการตื่นตัวครั้งนี้ จะส่งผลดีให้กับกลุ่มลูกค้ามิใช่น้อยเพราะแต่ละหมัดของแต่ละเจ้าต่างการันตีถึงความคุ้มค่า คุ้มราคาลงทุนกันทั้งนั้น

คอลัมน์ 360 View ฉบับนี้ มีโอกาสได้พูดคุยกับ  1 ในผู้เล่น Cloud ที่มีดีกรีอยู่ในกลุ่มผู้นำด้าน Integrated Systems จากการจัดอันดับโดย Gartner ถึง 2 ปีซ้อน (ปี2015 และ ปี2016) อย่าง บริษัท นูทานิคซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (Nutanix) ผ่านคำบอกเล่าของคุณ ทวิพงศ์ อโนทัยสินเทวี Country Manager และ คุณชุตินันท์ อนันต์วิโรจน์ Senior Channel Sales Manager ถึงหมัดเด็ดที่จะใช้น็อคผู้เล่นรายอื่นในสังเวียน Cloud หลังจากประกาศปรับทิศทางบริษัทจาก hyper converged ไปสู่ Enterprise Cloud Platform ไปเมื่อกลางปี 2016

ยกระดับปรับสู่ Enterprise Cloud Platform

จะเห็นว่าความแรงของกระแส Cloud ต่างดึงดูดผู้เล่นให้ลงมาสู้ศึกในครั้งนี้ เนื่องจากการลงทุนใน Cloud ให้ผลลัพธ์การลงทุนที่แตกต่างจากการลงทุนแบบเดิมๆ ทั้งเรื่องการจัดซื้อจัดหามีกระบวนการที่ง่ายขึ้น และความสะดวกในการติดตั้ง ที่ไม่ต้องอาศัยบุคคลากรที่มีทักษะชั้นสูงคอยดูแลจัดการเหมือนในอดีตที่ผ่านมา และมีโมเดลค่าบริการแบบ Pay As You Go จึงทำให้ความสามารถในการขับเคลื่อนธุรกิจขององค์กรมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“การลงทุนใน Cloud จะช่วยให้องค์กรได้ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่อัพเดตอยู่เสมอ ซึ่งเราเข้าใจในความท้าทายนี้เป็นอย่างดี จึงได้สร้างและนำเสนอ Enterprise Cloud Platform ที่เน้นกลยุทธ์ชูความโดดเด่นและปกปิดช่องโหว่ของ Public Cloud ในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล เรื่อง Performance การทำงาน และยังตอบโจทย์ในเรื่อง Regulation การรักษาความลับของข้อมูลองค์กร นอกจากนี้ สิ่งที่นูทานิคซ์ต้องการจะตอกย้ำคือเรื่องการช่วยลูกค้าสร้าง Data Center บน Cloud ไม่ว่าจะเป็นแบบ Private Cloud หรือแบบ Hybrid Cloud โดย Enterprise Cloud Platform ที่เรานำเสนอนั้นยังสามารถทำงานร่วมกับ Public Cloud อย่างเช่น Amazon Web Services หรือ Microsoft Azure ได้ดีอย่างไร้รอยต่อ”

          2 ผู้บริหารนูทานิคซ์ เผยถึงมุมมองที่ว่า “เทคโนโลยี Enterprise Cloud Platform ที่เราคิดค้นขึ้นมานั้นเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย รวมถึง Vendor เจ้าอื่นๆ ต่างพยายามทำตามแนวทางของเรา ต่อยอดเป็นโซลูชั่นที่คล้ายกันออกมาเพื่อแข่งขัน  ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวถือเป็นการช่วยเร่งให้เกิดการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ที่ผ่านมาเราให้บริการโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่ลูกค้าจะได้รับ ครั้งนี้ก็เช่นกันจากคุณสมบัติพิเศษของ Open-Platform ซึ่งจะสามารถเลือก Hardware รองรับได้อย่างหลากหลายโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่สามารถ integrate platform ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถโยกย้ายข้อมูลระหว่าง Public Cloud และ Private Cloud ได้อย่างอิสระ”

       นอกเหนือจากกลยุทธ์การส่งฮาร์ดแวร์ของตนเองไปติดตั้งกับผลิตภัณฑ์ของพันธมิตรเจ้าใหญ่ๆ  ซึ่งจะส่งผลทำให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับ Public Cloud ได้ง่ายขึ้นแล้ว นูทานิคซ์ยังทยอยปล่อยหมัดฮุคด้วยการเพิ่มคุณสมบัติเด่นใหม่ๆ ในผลิตภัณฑ์ อาทิ ระบบ Machine-learning ที่ช่วยเรื่องการวิเคราะห์และให้คำแนะนำที่แม่นยำรองรับการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึง Network Visualization ในรูปแบบแผนผังแสดงภาพของเครือข่าย ทำให้เห็นภาพการเชื่อมต่อต่างๆ ขององค์กร ส่งผลให้ผู้รับผิดชอบงานด้านดังกล่าวสามารถมองเห็นข้อจำกัดและหาแนวทางแก้ไขได้ง่ายและตรงจุดมากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดนี้ การ Transforms สู่บทบาท Enterprise Cloud Platform ของนูทานิคซ์ จะเรียกเสียงปรบมือจากคนดูได้มากน้อยขนาดไหนคงต้องติดตามและเป็นกำลังใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

3 × four =