บุรณิศ มอสควา เคลื่อนทื่แกร็บสู่สังคมใหม่

บุรณิศ มอสควา เคลื่อนทื่แกร็บสู่สังคมใหม่

By พงศ์ พริบไหว

ในวันที่ฝนฟ้าเริ่มคลายตัว พร้อมๆ กับแดดสายเป็นใจ ให้การพบเจอนำพาไปทำความรู้จักกับสาวสวยเวิร์คกิ้งวูแมนสุดคลู แพร-บุรณิศ มอสควา ผู้บริหารแห่งแกร็บแท็กซี่ประเทศไทย(Head of Grab Taxi Thailand)  ทราบคร่าวๆ ว่า เธอคนนี้เก่งและไฟแรง หลังจากจบการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตทางด้านอี-คอมเมิร์ซและระบบสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส เธอก็ก้าวมาบริหารงานแอพพลิเคชั่นเพื่อสังคมสุดจี๊ดดังกล่าว ซึ่งเป็นแอพฯ ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาหลักในระบบขนส่งสาธารณะแบบเดิมๆ มิเคยทำได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการปฎิเสธผู้โดยสาร ความปลอดภัยในการเดินทาง ความสะดวกสบาย หรือแม้แต่สวัสดิการที่ไดร์เวอร์จะได้รับแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

แอพพลิเคชั่น Grab ริเริ่มในเมืองไทยมาเป็นปีที่ 3 เรียกว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเหล่าสาวๆ ที่แห่กันมาใช้บริการขนส่งทางบกสุดแนวผ่านแอพฯ นี้ แน่นอนว่าหลากบริการที่ทาง Grab เอาใจใส่ผู้ใช้บริการ เกิดมาจากการบริหารงานในทิศทางของเธอคนนี้ ผู้หญิงที่มักจะเผยรอยยิ้มกว้างๆ ของเธออยู่ตลอดเวลาเมื่อพูดถึงงานการที่ทำอยู่ ซึ่งก็ดูต่างไปจากหน้าที่อันหนักหนาที่ดูเครียดเพราะต้องกุมบังเหียนด้านกลยุทธ์ธุรกิจและเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และสานสัมพันธ์กับผู้ร่วมให้บริการเพื่อเกื้อหนุนการเติบโตของเครือข่าย เอาเป็นว่าดูจากหน้าที่งานของเธอดูวุ่นไม่น้อย ในวันที่ได้มีโอกาสเจอกัน ทางนิตยสารออนไลน์ “About IT” เลยชวนผู้บริหารคนสวยพูดคุยถึงงานการที่ยุ่งๆ ในแบบง่ายๆ และเธอก็เริ่มมันเช่นนี้…

“ถ้าพูดถึงเรื่องงานที่ทำอยู่เลยในตอนนี้ แพรเองก็มุ่งเน้นไปในเรื่องของการทำ ไดร์เวอร์เน็ตเวิร์ค ที่เรามีให้ครอบคลุมในทุกบริการ พร้อมๆ กับการทำให้ทีมงานแข็งแรงขึ้นด้วย คืออย่างที่ทราบว่าเทคโนโลยีมันมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ นอกจากที่เรามุ่งเน้นการให้บริการที่ดีที่สุดแล้ว ใน 3 ด้านที่เราทำอยู่เช่น ความปลอดภัยในการเดินทาง ความสะดวกสบาย และสวัสดิการที่ดีให้กับพี่คนขับแท็กชี่”

“เรายังต้องพยายามนำสิ่งดีในด้านของเทคโนโลยีเข้าไปสร้างความแข็งแรงให้กับตัวแอพฯ ให้มันสามารถครอบคลุมรอบด้านในทุกบริการและตอบโจทย์กับผู้โดยสารมากที่สุด ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาทาง Grab เพิ่งเปิดศูนย์เทคโนโลยีเซ็นเตอร์เพื่อที่จะวิจัยว่าอะไรตอบโจทย์และถูกใจผู้โดยสารของ Grab มากที่สุด ซึ่งในอนาคตเราก็จะมีบริการอื่นๆ เพิ่มเข้ามาในแอพตัวอย่างเช่นบริการส่งอาหาร”

ผู้บริหารสาวยังเล่าให้ฟังอีกว่า นอกจากเรื่องการเอาใจใส่กับการให้บริการที่ต้องควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย การหันหลังมามองและส่งเสริมในเรื่องของสวัสดิการให้กับพนักงานอย่างเช่นคนขับก็ถือเป็นเรื่องที่ทำมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท อย่างเช่นการที่พี่ๆ แท็กชี่ในสังกัด Grab สามารถพาตัวเองและลูกๆ เข้ามาอบรมเรื่องต่างๆ ที่จะช่วยอัพความสามารถในการทำงาน เช่นด้านภาษาและด้านบริการ หรือจะเป็นเรื่องที่ทางเธอและทีมงาน Grab ภูมิใจเป็นที่สุดอย่างการที่สามารถผลักดันให้พี่ๆ แท็กซี่สามารถก้าวทันเทคโนโลยีอย่างการใช้สมาร์ทโฟน และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน

“ตั้งแต่ที่เราเริ่มเปิดให้บริการ Grab แรกๆ เลยส่วนใหญ่พี่แท็กซี่ไม่มีใครใช้สมาร์ทโฟนเป็นเลยเราก็มีการช่วยในเรื่องของการเปิดอบรมการใช้สมาร์ทโฟน ผ่านมาสองปีจากที่ไม่เป็นเลยพี่ๆ สามารถบุ๊คงานผ่านมือถือ จ่ายเงินโอนเงินผ่านบัตรเคดิต หรือแม้แต่ใช้จีพีเอสเป็น ซึ่งมันสร้างทักษะให้กับพี่คนขับได้อย่างชัดเจน จากไม่เป็นตอนนี้ทุกคนเล่นเป็นหมดเลยมีไลน์มีเฟสบุ๊คกันทุกคนโซเชียลกันมาก (หัวเราะ) แล้วมันทำให้ชีวิตการทำงานของพวกพี่เขาเปลี่ยนไปเลยจริงๆ นะ  อ้างอิงได้จากผลสำรวจเราพบว่าพี่ๆ แท็กซี่ที่เข้าร่วมกับเรามีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็น”

“เพราะหนึ่งเขาไม่ต้องขับรถเปล่าๆ วนไปทั่วโดยไม่รู้ว่าจะมีผู้โดยสารเรียกหรือไม่ แต่ด้วยระบบแอพพลิเคชั่น พี่แท็กชี่สามารถดูได้เลยว่าผู้โดยสารเรียกรถที่ไหนก็สามารถขับรถไปรับได้โดยทันที แล้วเวลาวิ่งรถกลางคืนมีผู้โดยสารมั่นใจในความปลอดภัยมาใช้บริการมากขึ้นเพราะเรามีระบบการแชร์ข้อมูลคนขับให้กับคนที่คุณรัก อีกทั้งคนขับเองก็ยังรู้สึกว่าตัวเองก็ปลอดภัยด้วยเช่นกัน และอีกหลายๆ ปัจจัยที่มันสะดวกสบาย ทำให้พี่ๆ ที่ร่วมงานกับ Grab มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งเราเองในฐานะผู้บริหารก็อดภูมิใจไม่ได้”

ดูเหมือนว่าชีวิตการบริหารของเธอจะผูกโยงอยู่กับเทคโนโลยีเสมอและมันได้สร้างความสุขให้กับผู้คนอื่นมากมาย อยากรู้ว่าส่วนตัวผู้บริหารคนนี้ เธอใช้แอพพลิเคชั่นอะไรสร้างความสุขให้กับตัวเองบ้าง ซึ่งเธอเล่าด้วยรอยยิ้มพร้อมยกมือถือขึ้นมาให้ดูแอพพลิเคชั่นที่ใช้บ่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าแอพฯ แรกที่เธอใช้แล้วมีความสุขที่สุดคงหนีไม่พ้นแอพฯ สีเขียวขาวที่เขียนว่า Grab

“ต้องเป็น Grab ซิค่ะ (ยิ้ม) เพราะเราใช้ออกจากบ้านมาทำงานเช้าเย็นเลย ซึ่งข้อดีที่ไม่มีใครรู้เท่าไรคือ เมื่อแพรใช้แอพฯ ทุกวันใช่ไหมเพื่อเรียกรถแล้ว ในตัว Grab มีระบบจดจำเส้นทางที่เราใช้บ่อย พอเราเปิดแอพฯ ในเวลาที่เราไปทำงาน ก็จะรู้เลยว่าแพรจะไปที่ไหนไม่ต้องเสิร์ชหาก็กดเรียกเลยสะดวกดีค่ะ ส่วนแอพฯ ต่อมาที่ใช่บ่อยก็เป็น Flipboard เป็นแอพฯ ที่รวบรวมสรุปข่าวที่เราสนใจเปิดมาก็จะเจอข้อมูลที่เราสนใจก็จะเปิดอ่านทุกเช้า ส่วนอีกตัวที่ใช้บ่อยๆ ก็เป็น kindle แอพฯ ที่มีไว้อ่านหนังสืออีบุค คือเรารู้สึกว่าเราไม่ค่อยมีเวลาไปร้านหนังสือแล้วเรารู้สึกว่าต้องเพิ่มความรู้ให้ตัวเองตลอดเวลาซึ่ง kindle เป็นอีกหนึ่งแอพฯ ในมือถือที่แพรขาดไม่ได้”

สุดท้ายผู้บริหารคนสวยฝากบอกมาว่าแอพพลิเคชั่นทุกวันนี้หากใช้ให้เป็นก็จะเกิดประโยชน์ ไม่ต่างอะไรไปจาก Grab หากไม่เคยลองใช้คงไม่มีทางได้รู้ว่ามันมีประโยชน์เพียงใด ทั้งคนที่ใช้ยังสามารถช่วยให้ชีวิตของพี่ๆ แท็กซี่อีกนับแสนชีวิตดีขึ้นได้

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.

nineteen − fifteen =