“ชาติฉกาจ ไวกวี” มันสมองล้ำค่ากว่าเทคโนโลยี

“ชาติฉกาจ ไวกวี” มันสมองล้ำค่ากว่าเทคโนโลยี

เรื่อง กองบรรณาธิการ

ด้วยวัยเพียง 34 ปี แต่ชื่อชั้นฝีไม้ลายมือของ แอ๊ะ-ชาติฉกาจ ไวกวี ช่างภาพหนุ่มชาวไทย ต้องเรียกว่าไม่ธรรมดาเพราะสามารถร่วมงานกับเอเจนซี่ระดับโลก Dobedo.co.ukได้รับเลือกจากสำนักพิมพ์ THAMES & HUDSON ให้เป็น 1 ใน 35 ช่างภาพที่น่าสนใจที่สุดในโลกประจำปี 2015 ผลงานภาพถ่ายของเขาถูกเก็บไว้เป็นสมบัติของ Foam Photography Museum พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายที่เก่าเเก่สุดในโลก ประเทศเนเธอร์เเลนด์ คว้ารางวัล Best Online Content 2015 จากงาน WEB TV ASIA AWARD ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลให้กับคนทำงานในโลกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ขณะเดียวกันยังรับบทบาทช่างภาพ ครีเอทีฟ ผู้กำกับภาพยนต์โฆษณา มิวสิควีดีโอที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินดาราระดับแถวหน้าของเมืองไทย

แม้จะมีลิสต์รางวัลยาวเหยียดมาการันตีฝีมือ แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนประเภทที่ดังแล้วหยิ่ง ประสบความสำเร็จแล้วอหังการ์ แต่เขายังคงถ่อมเนื้อถ่อมตัว ขวนขวายใฝ่รู้พัฒนาตัวเองไม่หยุดนิ่ง ที่สำคัญยังเต็มใจที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองให้กับรุ่นน้องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“หลังกลับจากอังกฤษ เราเห็นว่าการเป็นช่างภาพมันง่ายขึ้น มันแยกลำบากระหว่างคนที่ชอบถ่ายรูปกับช่างภาพ ใครๆ ก็มีกล้องถ่ายรูป แล้วพอถือยี่ห้อเดียวกันก็เลยดูโปรเหมือนกันหมด บางคนทำตัวเป็นกูรูหน้าจอ คิดว่าตัวเองเก่ง ติคนนั้นติคนนี้ โดยที่ตัวเขาเองไม่เคยทำงานได้เงินจากอาชีพ “ช่างภาพ” แม้แต่ในงานโฟโต้ต่างๆ กลับมีแต่พวกที่พูดถึงอุปกรณ์ชิ้นใหม่ล่าสุด แทนที่จะพูดเรื่องความคิด มุมมอง หรือความงาม ผมมองว่ามันเป็นของล่อตาล่อใจให้คนเข้ามาอยู่แวดวงโฟโต้ได้ง่าย แต่อย่างที่บอก สุดท้ายแล้วกาลเวลามันจะคัดเลือกเองว่าใครคือตัวจริง”

น้ำเสียงจริงจังหนักแน่น “แอ๊ะ” มาในลุคช่างภาพหนุ่มมาดเท่ห์ แว่นกรอบหนา เชิ้ตขาวสะอาดสะอ้านพับแขน นุ่งบลูยีนส์ หนีบรองเท้าแตะสบายๆ เบื้องหลังเป็นกล้องถ่ายภาพคู่ใจหลายสิบตัวมูลค่าหลายล้านบาท วันนี้เขาเปิดออฟฟิศสตูดิโอชื่อ “Airlab” ย่านอ่อนนุช อันเปรียบเสมือนคอมมูนิตี้ของคนรักฟิล์มที่มีครบวงจรทั้งสำนักงาน สตูดิโอถ่ายภาพ อัด ล้าง จนถึงร้านกาแฟ

ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ยุคที่ “ตัวปลอม” ระบาดไปทั่วทุกหัวระแหง ใครๆ ก็เป็นช่างภาพ เป็นอาร์ตติสได้ ทว่าน้อยคนนักที่จะเป็น “มืออาชีพตัวจริง”

IMG_3405

ชาติฉกาจ เชื่อว่า ความสวยงามไม่ใช่สิ่งที่โลกนี้ต้องการเสมอไป แต่ไอเดีย การสร้างสรรค์ เนื้อหาที่มีความพิเศษอันเปี่ยมด้วยสไตล์เฉพาะตัวต่างหาก คือ สิ่งที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จและกลายเป็นตัวจริงได้ในที่สุด

“เทคโนโลยีมันทำให้โลกเราเปลี่ยนไปตลอด ช่วงยุค ค.ศ. 1950 – 1960 กล้องอินสแตนท์กลายเป็นของที่ทุกบ้านต้องมีไว้ ช่างภาพสมัยนั้นก็เซ็งเหมือนกันที่แม่บ้านถ่ายภาพเองได้ มันคือเรื่องเดียวกันกับวันนี้ วันที่ใครๆ ก็สามารถสร้างภาพที่สวยงามได้ด้วยเครื่องมือ แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เครื่องมือไม่สามารถฝึกเราได้คือ “ความคิด” ชีวิตอาจจะง่ายขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะเก่งขึ้น เพราะคนเก่งคือคนที่มีสมอง ไม่ใช่มีของที่ล้ำกว่า สำหรับพวกตัวจริง เขาจะโดดเด่นเร็วมากในโลกสมัยใหม่ นี่เป็นจุดที่ผมชอบ”

ช่างภาพหนุ่มผู้เพิ่งได้รับการประดับเข็มเครื่องหมาย “วชิราวุธ”  ซึ่งเป็นพระราชลัญจกรประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มอบให้แก่คนที่บำเพ็ญคุณความดี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี จากการค้นคว้างานภาพถ่ายฟิล์มกระจก เล่าให้ฟังว่า เขาศรัทธาและเคารพกลุ่มคนที่ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีได้ตรงกับการสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์ ถูกที่ ถูกทาง เช่นผู้ที่ถ่ายภาพดิจิตอล เพื่อนำมาปรับแต่งรีทัชภาพให้สวยงามด้วยกราฟฟิกและดีไซน์สมัยใหม่

“ถ่ายดิจิตอลตลอดแล้วมาปรับเปลี่ยนผิวหนังคนเป็นงู แบบนี้ดูแล้วน่าตื่นเต้น เพราะเห็นว่ามันได้ใช้ถูกหน้าที่ของมัน แต่พวกถ่ายดิจิตอลแล้วนำมาปรับเป็นเก่า มันผิดที่ ผิดทาง เหมือนกับการเลี้ยงลูกของคุณให้กลายเป็นเด็กข้างบ้าน ทำไมไม่ให้ลูกโตในแบบของมันล่ะ”

DSCF4458

เพราะการให้ความสำคัญกับ “ความคิด” ทำให้ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่ของชาติฉกาจ ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีในการซับพอร์ตความสามารถ แต่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ โดยเคล็ดลับซึ่งถือเป็นหัวใจคือ ใช้เพื่อให้เกิดความสุขบนโลกของความจริง ไม่ใช่เพื่อถูกดูดดำดิ่งลึกลงไปในโลกของเทคโนโลยีจนมัวเมา

“ผมเปิดร้าน Airlab  ที่มีกระบวนการทุกอย่างเหมือนในอดีต จัดการฟิล์มภาพแบบแอนะล็อก อัดขยายภาพโดยเข้าห้องมืด มีกระบวนการ wet plate ฟิล์มกระจก ซึ่งเป็นศาสตร์โบราณสมัยปี ค.ศ.1820 แต่วิธีการโปรโมทของผมเป็นยุคใหม่ ผมรู้ว่าตัวเองต้องใช้โซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรม หรือเฟซบุ๊กอย่างไร ทุกวันนี้ Airlab มีลูกค้าเป็นฝรั่งถึง 60 เปอร์เซนต์ เกือบทั้งหมดมาจากอินสตาแกรม ในหน้าที่ของผม สิ่งที่ผมเชื่อก็คือ เทคโนโลยีถูกสร้างมาเพื่อให้เรามีเวลาอยู่กับโลกใบนี้จริงๆ มากขึ้น ไม่ใช่ถูกสร้างมาเพื่อให้เราไปจมกับมัน”

ช่างภาพและผู้กำกับโฆษณารายนี้ ยืนยันว่า เทคโนโลยีควรจะเป็นทาสเรา เพื่อให้มีชีวิตจริงที่ยาว สะดวกสบายและสมบูรณ์แบบมากขึ้น

“เมื่อหลายสิบปีก่อน วันที่เรามีเครื่องซักผ้าใหม่ สโลแกนไม่ได้บอกว่า มันซักผ้าได้ แต่บอกว่า คุณแม่บ้านจะสามารถนั่งดูทีวีได้ยาวนานขึ้น หรือไอพอดของ สตีฟ จ๊อบส์ ตอนเปิดตัวไม่ได้บอกว่า มันเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่จ๊อบส์ใช้คำว่า ‘2 หมื่นเพลงในกระเป๋าเสื้อคุณ’ เห็นไหม เขาบอกให้เราเห็นคุณค่าในชีวิตจริง ทริคของโลกออนไลน์และเทคโนโลยีคืออยู่บนโลกของความจริงโว้ย ผมพูดผ่านโลกออนไลน์ เพราะต้องการทุ่นเวลาของการไปร้องป่าวประกาศว่า ร้านผมแม่งแจ๋วไง ผมใช้มันให้เป็นทาสผม”

บทสนทนาจบลงพร้อมกับแรงบันดาลใจที่เพิ่งถูกจุดไฟให้ลุกโชน เขาทิ้งท้ายข้อคิดว่า หากกำลังตกอยู่ในสถานะผู้พ่ายแพ้ อย่ามัวแต่นั่งร้องไห้ ทำตัวเป็นคนน่าสงสารที่ทำได้แค่โยนความผิดให้กับคนอื่น หรือตัดพ้อผ่านสเตตัส แต่จงเอาความเบื่อโลกไปใช้พัฒนาตัวเอง และขอให้มั่นใจว่าสิ่งที่แพงที่สุดในชีวิตคือ มันสมอง

ฝันใหญ่ที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวขึ้นของเขาคือ อยากจะสร้างโรงเรียนที่ทำหน้าที่บ่มเพาะประสบการณ์และไอเดีย เพื่อสนับสนุนวงการช่างภาพเมืองไทย เป้าหมายคือ เพิ่ม “ตัวจริง” ให้กับโลกใบนี้

นี่คือเรื่องราวของชาติฉกาจ ไวกวี ช่างภาพหนุ่มที่น่าจับตามองที่สุดของเมืองไทยในขณะนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published.

14 + ten =