5G จะเป็นก้าวกระโดดไกล หรือแค่การอัพเกรดตามรอบ

Home / CTO Brief / 5G จะเป็นก้าวกระโดดไกล หรือแค่การอัพเกรดตามรอบ
5G จะเป็นก้าวกระโดดไกล หรือแค่การอัพเกรดตามรอบ

5G จะเป็นก้าวกระโดดไกล หรือแค่การอัพเกรดตามรอบ

ช่วงเดือนที่ผ่านมาประเทศไทยผ่านการประมูลคลื่นความถี่ครั้งใหญ่มูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท โดยตวามตั้งใจหลักของการประมูลคลื่นครั้งนี้คือการนำมาเปิดให้บริการ 5G ในประเทศไทย

แม้ว่าอุตสาหกรรมโดยรวมจะตื่นเต้นกับ 5G อย่างมาก มีความคาดหวังว่า 5G จะทำให้เกิดแนวทางการใช้งานใหม่ๆ เช่น การใช้ควบคุมรถไร้คนขับ หรือหุ่นยนต์ได้จากระยะไกล แต่ต้องอย่าลืมว่าการสาธิตเทคโนโลยีกับการใช้งานจริงนั้นมีความต่างกันพอสมควร

เช่นเดียวกับเมื่อสมัยที่มีการทดสอบเทคโนโลยี 4G แรกๆ เราอาจจะเห็นการสาธิตการดาวน์โหลดข้อมูลความเร็วสูงอย่างก้าวกระโดด แต่ผ่านมาหลายปีคนส่วนมากก็อาจจะพบว่าความเร็วดาวน์โหลดจริงนั้นไม่ได้เพิ่มอย่างเมื่อตอนสาธิต แถมบางครั้งในพื้นที่คนหนาแน่น การดาวน์โหลดหน้าเว็บธรรมดายังทำได้ลำบากแม้คลื่นเต็มก็ตามที

5G โดยรวมมีการคิดถึงแนวทางการใช้งานใหม่ๆ ค่อนข้างมาก เช่น การออกแบบให้เครือข่ายรองรับการเชื่อมต่อที่ latency ต่ำมากๆ ระดับต่ำกว่า 10ms ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถใช้งาน VR ได้ เพราะระยะเวลาที่เซ็นเซอร์ในหมวก VR ส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์กลับไปขอภาพมานั้นไม่นานเกินไป การควบคุมหุ่นยนต์ระยะไกลสามารถทำได้คล้ายกับการบังคับต่อหน้า หรืออีกฟีเจอร์หนึ่งคือการรองรับแบนด์วิดท์ระดับกิกะบิตผ่านคลื่น mmWave 26GHz ที่เปิดประมูลไปแล้วและทุกค่ายก็ได้คลื่นไป เปิดโอกาสให้อนาคตเราอาจจะใช้โทรศัพท์เครื่องเดียว ต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาไม่ว่าในบ้านหรือเดินทาง โดยเมื่ออยู่ในบ้านก็ได้ความเร็วระดับ 200Mbps ขึ้นไปเท่ากับอินเทอร์เน็ตบ้านทุกวันนี้ เพราะคลื่น mmWave นั้นมีศักยภาพในการให้บริการได้

ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ ที่มีพื้นที่ให้บริการจำกัด และเครื่องที่ใช้งานได้ยิ่งจำกัด ใครที่ได้ใช้งาน 5G คนแรกๆ ก็น่าจะพบประสบการณ์ใหม่ๆ เช่นที่ออกแบบไว้

แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าเมื่อ 5G มีการใช้งานวงกว้าง มีเครื่องรองรับจำนวนมากแล้ว การใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ในอนาคตเมื่อเรามองย้อนกลับมา เราอาจจะพบว่าอินเทอร์เน็ตของเราก็เร็วขึ้นพอสมควร ดูภาพยนตร์กระตุกน้อยลงมาก เล่นเกมอาจจะเจอจังหวะ lag น้อยลง หรือในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่นมากๆ เช่น คอนเสิร์ตเราก็อาจจะพบว่าการใช้งานยังต่อเนื่องอยู่

ทั้งนั้นการใช้งานอาจจะไม่ได้เปลี่ยนไป เราอาจจะไม่เห็นใครเล่นแว่น VR เชื่อมต่อผ่าน 5G, รถไร้คนขับอาจจะต้องการคอมพิวเตอร์ในรถให้ประมวลผลโดยตรงเหมือนทุกวันนี้, อุปกรณ์ IoT ส่วนมากในบ้านของเราอาจจะเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi หรือ Zigbee เช่นเดิมเพราะ 5G มีค่าใช้จ่าย

– – –

โดยคุณลิ่ว วสันต์ ลิ่วลมไพศาล
Chief Technology Officer, MFEC