หยวนดิจิทอล ความท้าทายใหม่ของธนาคารกลางจีน

หยวนดิจิทอล ความท้าทายใหม่ของธนาคารกลางจีน   ช่วงปีที่ผ่านมาในโลกการเงินมีข่าวเกี่ยวกับเงินหยวนดิจิทัลกันมาก แม้ในช่วงแรกชื่อจะทำให้เข้าใจไปได้ว่าหยวนดิจิทัลเป็นเหมือนคริปโตเคอเรนซี่ที่มีมากมายหลายสกุลในโลกตอนนี้ แต่เมื่อรัฐบาลจีนเริ่มทดสอบหลายครั้งทำให้มีข้อมูลออกมาเพิ่มขึ้นว่าหยวนดิจิทัลนั้นคล้ายกับพร้อมเพย์ของไทยเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นแอปที่ผูกเงินเข้ากับบัญชีธนาคารโดยตรง เมื่อร้านค้ารับเงินจากลูกค้าแล้วก็จะได้รับเงินเข้าบัญชีธนาคารทันที แนวทางการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ของจีนนั้นเริ่มต้นจากเอกชนเป็นหลัก โดยบริษัทเช่น Alipay และ WeChat สร้างระบบของตัวเองทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ QR ของตัวเอง กระบวนการโอนเงินระหว่างกันก็เป็นระบบภายใน หากต้องการโอนเงินกลับไปยังบัญชีธนาคารต้องเสียค่าธรรมเนียม แม้ว่าแนวทางนี้จะทำให้พัฒนาการเงินอิเล็กทรอนิกส์ในจีนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็สร้างความกังวลต่อการผูกขาดตลาดมากขึ้น ธนาคารกลางของจีนพยายามผลักดันหยวนดิจิทัล ด้วยการ “ทดสอบ” ระบบจากการแจกเงินคนละ 200 หยวน (ประมาณหนึ่งพันบาท) ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับบริษัทเอกชนที่เคยอาศัยการแจกเงินเพื่อให้คนทั่วไปหันมาใช้งานเหมือนกัน ในแง่เทคโนโลยี หยวนดิจิทัลมีความก้าวหน้ากว่าพร้อมเพย์ของไทยอยู่บ้างเพราะผู้ใช้สามารถจ่ายเงินได้แม้ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต นับว่าน่าสนใจเพราะเราหลายคนคงเคยเจอปัญหากกันบ้างว่าจะจ่ายเงินผ่านพร้อมเพย์แต่แอปโหลดช้าเนื่องจากอยู่ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่ดีนัก สร้างความลำบากทั้งคนซื้อคนขายกันพอสมควร นอกจากนี้หยวนดิจิทัลยังใช้งานผ่านบัตรได้เช่นเดียวกับบัตรเดบิตในไทย หรือการใช้ผ่านแอปในโทรศัพท์เองก็รองรับการจ่ายผ่าน NFC ลดปัญหาการสแกน QR ไม่ติดไปอีกส่วน แม้จะน่าสนใจในแง่เทคโนโลยี แต่การดึงประชาชนและร้านค้าที่รองรับ Alipay และ WeChat Pay กันเป็นวงกว้างแล้วให้มาใช้งานหยวนดิจิทัลก็คงเป็นความท้าทายของธนาคารกลางจีนอีกมาก – – – โดยคุณลิ่ว วสันต์ ลิ่วลมไพศาล Chief Technology Officer, MFEC

5G จะเป็นก้าวกระโดดไกล หรือแค่การอัพเกรดตามรอบ

5G จะเป็นก้าวกระโดดไกล หรือแค่การอัพเกรดตามรอบ ช่วงเดือนที่ผ่านมาประเทศไทยผ่านการประมูลคลื่นความถี่ครั้งใหญ่มูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท โดยตวามตั้งใจหลักของการประมูลคลื่นครั้งนี้คือการนำมาเปิดให้บริการ 5G ในประเทศไทย แม้ว่าอุตสาหกรรมโดยรวมจะตื่นเต้นกับ 5G อย่างมาก มีความคาดหวังว่า 5G จะทำให้เกิดแนวทางการใช้งานใหม่ๆ เช่น การใช้ควบคุมรถไร้คนขับ หรือหุ่นยนต์ได้จากระยะไกล แต่ต้องอย่าลืมว่าการสาธิตเทคโนโลยีกับการใช้งานจริงนั้นมีความต่างกันพอสมควร เช่นเดียวกับเมื่อสมัยที่มีการทดสอบเทคโนโลยี 4G แรกๆ เราอาจจะเห็นการสาธิตการดาวน์โหลดข้อมูลความเร็วสูงอย่างก้าวกระโดด แต่ผ่านมาหลายปีคนส่วนมากก็อาจจะพบว่าความเร็วดาวน์โหลดจริงนั้นไม่ได้เพิ่มอย่างเมื่อตอนสาธิต แถมบางครั้งในพื้นที่คนหนาแน่น การดาวน์โหลดหน้าเว็บธรรมดายังทำได้ลำบากแม้คลื่นเต็มก็ตามที 5G โดยรวมมีการคิดถึงแนวทางการใช้งานใหม่ๆ ค่อนข้างมาก เช่น การออกแบบให้เครือข่ายรองรับการเชื่อมต่อที่ latency ต่ำมากๆ ระดับต่ำกว่า 10ms ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถใช้งาน VR ได้ เพราะระยะเวลาที่เซ็นเซอร์ในหมวก VR ส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์กลับไปขอภาพมานั้นไม่นานเกินไป การควบคุมหุ่นยนต์ระยะไกลสามารถทำได้คล้ายกับการบังคับต่อหน้า หรืออีกฟีเจอร์หนึ่งคือการรองรับแบนด์วิดท์ระดับกิกะบิตผ่านคลื่น mmWave 26GHz ที่เปิดประมูลไปแล้วและทุกค่ายก็ได้คลื่นไป เปิดโอกาสให้อนาคตเราอาจจะใช้โทรศัพท์เครื่องเดียว ต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาไม่ว่าในบ้านหรือเดินทาง โดยเมื่ออยู่ในบ้านก็ได้ความเร็วระดับ 200Mbps ขึ้นไปเท่ากับอินเทอร์เน็ตบ้านทุกวันนี้ เพราะคลื่น mmWave นั้นมีศักยภาพในการให้บริการได้ ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ ที่มีพื้นที่ให้บริการจำกัด และเครื่องที่ใช้งานได้ยิ่งจำกัด…

DNS over HTTPS ความปลอดภัยที่มาพร้อมกับความท้าทายขององค์กร

DNS over HTTPS ความปลอดภัยที่มาพร้อมกับความท้าทายขององค์กร นวัตกรรมอย่างหนึ่งของโลกอินเทอร์เน็ตคือการที่เราสามารถอ้างถึงคอมพิวเตอร์ทั่วโลกได้ผ่านทาง “ชื่อเครื่อง” หรือที่เรียกว่าโดเมน จากบริการ domain name system (DNS) ที่ทำให้เราสามารถเข้าเว็บโดยไม่ต้องจำหมายเลขไอพี เช่นอยากเข้าเว็บ MFEC ก็เพียงพิมพ์ www.mfec.co.th เท่านั้น โดยทุกวันนี้เราคงแทบไม่ได้เชื่อมต่อบริการใดๆ ผ่านทางหมายเลขไอพีโดยตรงนัก ด้วยสถาปัตยกรรมของ DNS ทำให้คอมพิวเตอร์ของแปลงชื่อเป็นหมายเลขไอพีโดยอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันทำให้อินเทอร์เน็ตที่เราใช้งานช้าลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้จะใช้งานได้ดีปัญหาอย่างหนึ่งของ DNS คือ โปรโตคอลเริ่มแรกไม่ได้ออกแบบให้เข้ารหัส ทุกครั้งที่เราใช้งานจึงเป็นการเปิดเผย “ชื่อเว็บ” ที่เรากำลังเข้าใช้งานอยู่ตลอดเวลา ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถตรวจสอบได้ว่าลูกค้ากำลังเข้าโดเมนใดบ้าง แต่โลกอินเทอร์เน็ตในช่วงหลายปีที่ผ่านมากำลังเข้าสู่ยุคของการเข้ารหัสเต็มรูปแบบ ข้อมูลเว็บส่วนมากเป็นข้อมูลเข้ารหัสที่ไม่สามารถดูเนื้อข้อความได้หากไม่ใช่ผู้ใช้ตัวจริง และ DNS กำลังเป็นโปรโตคอลหนึ่งที่ถูกเข้ารหัส เบราว์เซอร์และระบบปฎิบัติการหลายตัวเริ่มรองรับโปรโตคอล DNS-over-HTTPS หรือ DoH ที่เข้ารหัส DNS เต็มรูปแบบ DoH เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ได้อย่างมาก เมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผู้ใช้จะไม่ต้องกังวลว่าบริการอินเทอร์เน็ตถูกสอดส่องว่าใครกำลังเข้าเว็บอะไร แต่อีกทางหนึ่ง การให้บริการอินเทอร์เน็ตในองค์กรนั้นก็มักอาศัยการตรวจการใช้งาน DNS เพื่อบล็อคบริการที่มีอันตราย รวมไปถึงการบล็อคมัลแวร์ต่างๆ เมื่อองค์กรที่เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตกลับไม่สามารถตรวจสอบและบล็อคโดเมนได้เสียแล้ว เบราว์เซอร์ต่างๆ ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดใช้งาน…

Serverless การพัฒนาแอปพลิเคชันยุคต่อไปที่ไม่ต้องเผื่อทรัพยากรไว้ล่วงหน้า

Serverless การพัฒนาแอปพลิเคชันยุคต่อไปที่ไม่ต้องเผื่อทรัพยากรไว้ล่วงหน้า แนวทางการวางระบบไอทีในองค์กรคงมีขั้นตอนหนึ่งคือการประเมินการใช้ทรัพยากรของแอปพลิเคชันใหม่ที่เรากำลังติดตั้งว่าต้องใช้ซีพียู แรม หรือเน็ตเวิร์คมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการประเมินให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ องค์กรต่างๆ จึงมักมีทรัพยากรเหลือๆ ไม่ได้ใช้งานจำนวนมาก หรือแอปพลิเคชันบางส่วนทำงานแค่บางช่วงเวลาก็มักถูกกันทรัพยากรเตรียมไว้ให้ โดยที่ไม่มีแอปพลิเคชันอื่นมาใช้งานได้ การใช้งานคลาวด์ช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรทำได้สะดวกขึ้นในช่วงหลังเนื่องจากองค์กรไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์มาเตรียมการไว้ล่วงหน้า แต่สั่งใช้งานเพิ่มได้ทันทีที่ต้องการ แต่กระนั้นหากแอปพลิเคชันไม่ได้ออกแบบให้เตรียมพร้อมสำหรับการขยายตามโหลดที่ใช้งานจริง องค์กรก็มักต้องเสียค่าใช้จ่ายทรัพยากรสิ้นเปลืองไปเป็นปกติแม้จะใช้คลาวด์ก็ตาม แนวทางการพัฒนาแบบ Serverless จึงเริ่มเป็นที่น่าสนใจสำหรับองค์กรขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง โดยแนวทางนี้คือการที่โค้ดถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์รอที่จะรัน โดยไม่ต้องจองทรัพยากรใดๆ ล่วงหน้า หากมีเหตุการณ์ (event) ที่เกี่ยวข้องกับโค้ดนั้น เช่น การเรียกใช้งานเว็บ ตัวโค้ดจึงถูกเรียกขึ้นมา จองแรมและซีพียู และประมวลผลข้อมูลเพื่อตอบกลับ บริการคลาวด์ส่วนมากมีบริการ Serverless ให้บริการ เช่น AWS Lambda หรือ Google Cloud Run โดยบริการเหล่านี้คิดค่าใช้งานอย่างละเอียด เช่น การใช้ซีพียูและแรมเป็นวินาที แม้ว่าราคาอาจจะดูแพงหากคิดการเปิดเซิร์ฟเวอร์ตลอดเวลา แต่หากไม่มี event เรียกใช้งานโค้ดเลยก็จะแทบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในองค์กรเอง การใช้เฟรมเวิร์ค เช่น KNative มาสร้างบริการ Serverless ภายในองค์กรเริ่มเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะการที่ไม่มีแอปพลิเคชันจองทรัพยากรไว้ไม่ว่าจะใช้งานหรือไม่…

Spear Phishing ภัยธุรกิจสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิด

Spear Phishing ภัยธุรกิจสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิด ภัยไซเบอร์กลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ หลายคนอาจจะคิดว่าการโจมตีไซเบอร์นั้นแฮกเกอร์ต้องสร้างโปรแกรมพิเศษมาเจาะเข้าเครือข่าย เข้าถึงข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงแอบดูข้อมูลทุกอย่างในเครื่องเราได้ แต่การโจมตีส่วนใหญ่แล้วมาจากการส่งเมลหลอก หรือฟิชชิ่ง (phishing) ที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคอะไรมากมายนัก แต่อาศัยการปรับแต่งอีเมลและสร้างเว็บให้แนบเนียน เพื่อหลอกเอาข้อมูลเท่านั้น ฟิชชิ่งสมัยก่อนนั้นมักอาศัยการส่งอีเมลหว่าน โดยปลอมตัวว่าเป็นอีเมลจากบริการยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, อีเมลฟรี, หรือธนาคารดัง เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ยอมใส่รหัสผ่าน และแม้แต่ OTP ที่ส่งมาทาง SMS ก็ตาม ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงหลายปีมานี้เริ่มปรับตัวกันมากขึ้น และผู้ใช้ก็ไม่ค่อยตกเป็นเหยื่ออีเมลฟิชชิ่งกันบ่อยนัก แต่คนร้ายก็ปรับตัวไป โดยมุ่งเป้าไปที่การส่งอีเมลปลอมอย่างเจาะจงมากยิ่งขึ้น ทำให้อีเมลหลอกมักอยู่ในรูปแบบที่น่าเชื่อถือ บางทีเป็นการพูดคุยต่อเนื่องกับบทสนทนาของตัวจริง เรียกการโจมตีแบบนี้ว่า spear phishing เปรียบกับการจับปลาแบบใช้หอกพุ่งตรงไปยังตัวปลาแทนที่จะหว่านแหไป ตัวอย่างของการโจมตี เช่น คนร้ายปลอมตัวเป็นซัพพลายเออร์ที่บริษัทซื้อสินค้าอยู่เป็นประจำ ส่งอีเมลแจ้งเรียกเก็บเงินเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พร้อมกับโน้ตสั้นๆ ว่าขอเปลี่ยนหมายเลขบัญชีรับเงิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อก็อาจจะพลาดยอมโอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายโดยไม่รู้ตัว การปลอมตัวอาจจะใช้ข้อมูลที่หาได้โดยง่าย เช่น ชื่อของพนักงานที่ทำหน้าที่เรียกเก็บเงินแล้วสร้างอีเมลใหม่ปลอมชื่อ หรือบางครั้งอาจจะผสมกับการแฮกอีเมลพนักงานจริงแล้วใช้ส่งอีเมลหลอกเพิ่มความแนบเนียนไปอีกขั้น การโจมตีคล้ายๆ กันนี้เราอาจจะพบเรื่อยๆ เช่นการแฮกเฟซบุ๊กแล้วส่งข้อความไปยังเพื่อนของเหยื่อเพื่อขอยืมเงิน แต่การแฮกเฟซบุ๊กนั้นคนร้ายอาจจะได้เงินไปปริมาณไม่มากนัก แต่ละครั้งอาจจะหลายพันหรือหลายหมื่นบาท ในกรณี Spear Phishing กับองค์กรความเสียหายอาจจะหลายล้านบาทเลยทีเดียว…

ELK Stack จากโปรแกรมค้นเอกสารสู่ระบบเก็บ log ศูนย์กลางองค์กร

ELK Stack จากโปรแกรมค้นเอกสารสู่ระบบเก็บ log ศูนย์กลางองค์กร งานกันเยอะขึ้นมาในช่วงหลังคือ Elasticsearch ที่เดิมเคยเป็นซอฟต์แวร์สำหรับค้นหาเอกสารด้วยความเร็วสูง เวลาที่เราสร้างแอปพลิเคชันเก็บข้อมูล หากเราต้องการฟีเจอร์ค้นหาหากข้อมูลไม่มากนักเราก็มักจะสามารถค้นเอกสารลงไปในฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันได้โดยง่าย แต่สำหรับแอปพลิเคชันที่มีข้อมูลปริมาณมาก การค้นเอกสารบนฐานข้อมูล SQL มักมีปัญหาประสิทธิภาพ แถมการค้นหาเอกสารด้วยคำในเอกสารบางครั้งก็มีเอกสารจำนวนมากที่มีคำเหมือนๆ กัน การเรียงลำดับว่าเอกสารไหนควรอยู่บนสุดกลายเป็นเรื่องซับซ้อนและเป็นศาสตร์ในตัวมันเอง จึงมักแยกระบบค้นหา เช่นนี้ออกจากระบบฐานข้อมูลที่เก็บข้อมูลในแอปพลิเคชัน Elasticsearch เป็นเซิร์ฟเวอร์สำหรับค้นเอกสารตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเราสามารถใส่ไฟล์ ที่อาจจะแยกฟิลด์ เช่น ชื่อสินค้า, รายละเอียดสินค้า, หรือราคา ลงไปใน Elasticsearch แล้วค้นหาข้อมูลกลับออกมาทั้งแบบการค้นหาคำไม่ว่าจะอยู่ในฟิลด์ใด หรือการค้นที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ตั้งเงื่อนไขว่าหาสินค้าเฉพาะบางหมวด หรือบางช่วงราคา หลังจาก Elasticsearch ได้รับความนิยมก็มีอีกสองโครงการเกิดขึ้นมา คือ Logstash ซอฟต์แวร์รับข้อมูลจากแหล่งต่างๆ โดยเฉพาะ log จากแหล่งต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ Elasticsearch กลายเป็นถังเก็บ log ที่สามารถค้นกลับมาได้โดยง่าย แก้ปัญหาการเก็บ log ปริมาณมหาศาลแต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง อีกโครงการที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันคือ Kibana…

Kubernetes ยุคต่อไปของการจัดการโครงสร้างพื้นฐานในองค์กร

Kubernetes ยุคต่อไปของการจัดการโครงสร้างพื้นฐานในองค์กร ปีที่ผ่านมาเราได้ยินคำว่า Kubernetes กันมากมาย องค์กรจำนวนมากที่มีระบบไอทีที่ซับซ้อนสักหน่อยคงสนใจอยากศึกษาดูว่าการใช้ Kubernetes จะช่วยให้องค์กรบริหารระบบไอทีมีประสิทธิภาพดีขึ้นได้อย่างไร ก่อนหน้าที่ Kubernetes จะโด่งดังขึ้นมานั้น การใช้คอนเทนเนอร์หรือที่มักเรียกตามแบรนด์ว่า Docker เป็นระบบจัดสร้าง “สภาพแวดล้อม” สำหรับรันแอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง การแพ็กแอปพลิเคชั่นเป็นคอนเทนเทอร์ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเจอเหตุการณ์ขัดกัน เช่นตัวแอปต้องการระบบปฎิบัติการรุ่นหนึ่งแต่ระบบฐานข้อมูลต้องการอีกรุ่นหนึ่ง หลังเราแพ็กแอปพลิเคชั่นทั้งหมดไปอยู่บนคอนเทนเนอร์แล้ว แอปพลิเคชั่นทั้งหมดก็จะอยู่ร่วมกันได้ โดยมีข้อดีกว่าการแบ่งเครื่องเป็น virtual machine (VM) ทุกวันนี้ คือการใช้ทรัพยากรของตัวคอนเทนเนอร์น้อยกว่า VM มาก มีโอกาสที่เราจะอัดแอปพลิเคชั่นจำนวนมากขึ้นเข้าไปในฮาร์ดแวร์เดิมโดยประสิทธิภาพไม่ลดลง หากเรามีแอปจำนวนไม่มากนัก หรือระบบที่ไม่ซับซ้อน การย้ายแอปพลิเคชั่นเป็นคอนเทนเนอร์ก็มักเพียงพอ แต่หากระบบมีความซับซ้อนมาก ต้องเพิ่มจำนวนเครื่องเพื่อรับโหลดมากน้อยต่างกันในแต่ละช่วงเวลา การแพ็กแอปพลิเคชั่นเป็นคอนเทนเนอร์ก็จะไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องมีแพลตฟอร์มมาช่วยจัดการคอนเทนเนอร์เหล่านี้ หรือที่เรียกว่า container orchrestration ระบบของเราอาจจะมีแอปพลิเคชั่นสำคัญในองค์กร 5-10 แอปพลิเคชั่น แต่ละตัวใช้ระบบฐานข้อมูลคนละชนิด มีโหลดต่างกัน ในบางช่วงเวลามีบางระบบโหลดสูงเป็นพิเศษ เช่นระบบบัญชีในช่วงสิ้นเดือน หรือบางแอปพลิเคชั่นทำงานหนักหลังเลิกงานเพื่อสรุปผลประจำวัน container orchestration เข้ามาดูแลการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ โดยแพลตฟอร์มจะรับผิดชอบในการหาทรัพยากร อย่างซีพียูและแรม เพื่อให้แอปพลิเคชั่นรันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มันจะคอยตรวจสอบว่ามีส่วนไหนมีโหลดสูงเกินกำหนดและพยายามขยายระบบเพื่อรองรับโหลดโดยอัตโนมัติ หลายปีที่ผ่านมีผู้พัฒนา…

เกมสตรีมมิ่ง อนาคตยุคต่อไปของความบันเทิง

เกมสตรีมมิ่ง อนาคตยุคต่อไปของความบันเทิง บริการสตรีมมิ่งกำลังเข้ามา disrupt โลกอย่างรวดเร็วในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จากบริการผิดกฎหมายที่ถูกตามจับ ทุกวันนี้คนไทยจำนวนมากสามารถเข้าถึงบริการสตรีมมิ่งทั้งเพลงและภาพยนตร์ได้จากบริการที่หลากหลาย อย่างบริการเพลง เช่น Apple Music, Spotify, JOOX หรือฝั่งภาพยนตร์ก็มีทั้ง Netflix, iflix, VIU แต่อีกอุตสาหกรรมที่อาจจะมีความเปลี่ยนแปลงคืออุตสาหกรรมเกมที่กำลังจะมีบริการสตรีมมิ่งแล้วเหมือนกัน ตลาดเกมเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง มูลค่าร่วมแต่ละปีประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท โดยประมาณครึ่งหนึ่งเป็นเกมบนโทรศัพท์มือถือ ที่เราหลายๆ คนอาจจะมีโอกาสเล่นเกมฟรี และบางครั้งก็ซื้อไอเท็มในเกมกันอยู่บ้าง แต่อีกครึ่งหนึ่งเป็นตลาดที่ค่อนข้างจริงจัง คือกลุ่มผู้เล่นเกมบนพีซีและคอนโซล เกมในครึ่งหลังนี้หลายครั้งเป็นเกมขนาดใหญ่ ใช้เทคโนโลยีใหม่ ภาพกราฟิกสวยงาม มีการลงทุนสูงนับพันล้านบาทต่อเกมและผู้เล่นเองก็ต้องลงทุนซื้อเครื่องคอนโซลหรือพีซีราคาแพงเพื่อเล่นเกมเหล่านี้ แต่เทคโนโลยีสตรีมมิ่งอาจจะกำลังงขยายตลาดเกมพีซีและคอนโซลให้ทุกคนเข้าถึงได้ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อปีที่แล้วกูเกิลเปิดบริการ Stadia บริการสตรีมเกมที่ผู้ใช้ต้องมีเพียงเครื่องพีซีราคาถูก โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่ Chromecast ก็สามารถเล่นเกมที่เคยต้องใช้เกมมิ่งพีซีได้แล้ว ผู้เล่นรายใหม่ที่สามารถจ่ายเงินไม่กี่ร้อยบาทเพื่อเล่นเกมบนอุปกรณ์ของตัวเองได้ทันที ฝั่งไมโครซอฟท์เองก็มีบริการ Project xCloud ที่เริ่มเปิดทดสอบแล้ว ทำให้สามารถเล่นเกมบนโทรศัพท์ Android และ iOS ได้ เทคโนโลยีเบื้องหลังของเกมสตรีมมิ่งมีทั้งบริการคลาวด์ ที่สามารถเตรียมการ์ดกราฟิกไว้รองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมๆ กัน และเน็ตเวิร์คที่เร็วขึ้นมาก หลายพื้นที่มีบริการคลาวด์ตั้งอยู่ใกล้ๆ…

MQTT โปรโตคอลเชื่อมทุกอุปกรณ์ในโลก Internet of Things

MQTT โปรโตคอลเชื่อมทุกอุปกรณ์ในโลก Internet of Things อินเทอร์เน็ตทุกวันนี้เราอาจจะมองแทบทุกอย่างเป็นเว็บไปได้เพราะการสื่อสารส่วนมากบนอินเทอร์เน็ตส่งข้อมูลผ่านโปรโตคอล HTTP แต่ในโลกยุค Internet of Things (IoT) อีกโปรโตคอลที่กำลังมีการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ คือ MQTT หรือ MQ Telemetry Transport โปรโตคอลสำหรับการเชื่อมต่อแบบ machine-to-machine หรือคอมพิวเตอร์สู่คอมพิวเตอร์ โดยตัวโปรโตคอล MQTT เองไม่ได้ออกแบบให้เชื่อมต่อจากเซิร์ฟเวอร์เข้าไปยังไคลเอนต์แบบ HTTP ที่เว็บเบราว์เซอร์เชื่อมต่อกับเว็บเซิร์ฟเวอร์ แต่ MQTT อาศัยตัวกลางที่เรียกว่า broker ในการเชื่อมต่อไคลเอนต์ในระบบเข้าด้วยกัน ทำให้ไคลเอนต์แต่ละตัวสามารถรับข้อมูลจากไคลเอนต์ตัวอื่นๆ ได้ รูปแบบการเชื่อมต่ออาจจะดูซับซ้อน แต่รูปแบบการใช้งานในบ้านนั้น อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกตัวจะทำหน้าที่เป็นไคลเอนต์ในระบบ MQTT ได้ ระบบง่ายๆ เช่น การปิด-เปิดไฟส่องบันได นั้นควบคุมด้วยสวิตช์สองตัว ตัวหลอดไฟเชื่อมต่อกับ broker แล้วแจ้งว่าต้องการรับข้อมูลสวิตช์ โดยกำหนดชื่อรอรับคำสั่ง switch/stairA จากนั้นจะเปิดหรือปิดหลอดไฟทุกครั้งที่มีอุปกรณ์ใดๆ ยิงคำสั่งนี้เข้ามา ตัวสวิตช์ที่หัวบันใดทั้งชั้นบนและล่างสามารถคอนฟิกให้ยิงคำสั่งได้ตรงกันทั้งคู่ ทำให้สามารถใช้สวิตช์กี่ตัวก็ได้ในการควบคุมหลอดไฟดวงเดียวกัน รวมถึงในบ้านอาจจะมีระบบกลางที่คอยดูสถานะหลอดไฟทั้งบ้านเพื่อควบคุมการใช้พลังงาน นอกจากการส่งคำสั่งเปิดปิดไฟแล้ว MQTT…

ภาษา Rust ภาษาโปรแกรมมิ่งที่อาจจะเป็นอนาคตของวงการไอที

ภาษา Rust ภาษาโปรแกรมมิ่งที่อาจจะเป็นอนาคตของวงการไอที ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้วงการไอทีจะพบว่าความนิยมของภาษาเปลี่ยนไปมาก โครงการใหม่ๆ อย่าง Kubernetes นั้นใช้ภาษา Go ในการพัฒนาแทบทั้งระบบ แต่อีกภาษาหนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคือภาษา Rust ภาษา Rust สร้างโดยวิศวกรของ Mozilla ผู้ดูแลโครงการเบราว์เซอร์ Firefox มันถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับภาษา C/C++ จนสามารถใช้งานพัฒนาซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น เอนจินของเบราว์เซอร์ หรือจะเป็นระบบปฎิบัติการ จุดเด่นของภาษา Rust คือการป้องกันการใช้หน่วยความจำผิดพลาด ที่เป็นปัญหาที่พบบ่อยในการเขียนโปรแกรมภาษา C โดยโครงสร้างภาษาไม่อนุญาตให้ใช้งานตัวแปรที่เลิกใช้งานไปแล้ว ฟีเจอร์เช่นนี้คล้ายกับฟีเจอร์ในภาษายุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Java, Python, หรือ Go แต่ Rust ใช้เทคนิคการจัดการหน่วยความจำรูปแบบที่ต่างออกไป ทำให้โปรแกรมไม่ต้องหยุดการทำงานมาจัดการหน่วยความจำ ภาษายุคใหม่อย่าง Java, Go, Python นั้นจะเรียกโค้ดส่วน garbage collector (GC) ขึ้้นมาตรวจสอบการใช้ตัวแปรเป็นช่วงๆ หากพบว่าตัวแปรไม่ได้ใช้งานแล้วก็จะกวาดตัวแปรเหล่านั้นออกจากระบบ จังหวะที่ GC ทำงานโปรแกรมรวมก็จะช้าลงไป แม้จะเล็กน้อยแต่ก็อาจจะกระทบต่อประสิทธิภาพระบบได้ แต่…

Visualization กับการสื่อสารเหตุการณ์ Coronavirus

Visualization กับการสื่อสารเหตุการณ์ Coronavirus ข่าว Coronavirus ที่ระบาดออกมาจากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีนสร้างความวิตกเป็นวงกว้าง แต่ก็เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่าเราสามารถใช้เทคโนโลยีมาช่วยจัดการวิกฤติได้บางส่วน ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือการสื่อสารข้อมูลให้ครบถ้วนเข้าใจง่าย เช่นกระทรวงสาธารณะสุขของไทย มีหน้าจอเฝ้าระวังเชื้อ nCoV-2019 นี้โดยเฉพาะ ทำให้ประชาชนสามารถมองเห็นได้ว่าโรคแพร่ไปในบริเวณใด และมีผู้ป่วยมากน้อยแค่ไหน ขณะที่สาธารณะสุขของสิงคโปร์มีการรายงานข้อมูลผู้ป่วยค่อนข้างละเอียดโดยแจ้งวันที่ผู้ป่วยเดินทางมาถึงสิงคโปร์, พื้นที่ที่พักอาศัย, และโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา ข้อมูลเหล่านี้หากอ่านจากข้อความก็จะนึกภาพตามได้ยาก จึงมีผู้นำข้อมูลทั้งหมดมาพล็อตเป็นแผนที่บนเว็บ https://sgwuhan.xose.net/ ทำให้สามารถดูได้โดยง่ายว่ามีพื้นที่ไหนอยู่ในความเสี่ยงบ้าง การนำเสนอข้อมูลในรูปกราฟิกเช่นนี้ทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถรับข้อมูลจำนวนมากได้ง่ายขึ้น สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำ ในประเทศไทยเองช่วงเหตุการณ์ฝุ่น PM2.5 ก็มีแอปสร้างแผนที่ฝุ่นออกมามากมาย ทำให้เราสามารถตัดสินใจใส่หน้ากากออกจากบ้านในช่วงเวลาที่ไม่ปลอดภัย จะเห็นว่าการสร้าง dashboard ที่สื่อสารข้อมูลได้ครบถ้วน ทั้งในเวลาปกติและเวลาฉุกเฉินเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากต่อจากการสร้างระบบรายงานและจัดเก็บข้อมูลที่ดี – – – โดยวสันต์ ลิ่วลมไพศาล Chief Technology Officer, MFEC