conrruption

 

ร่วมต่อต้านคอรัปชั่น

 

MFEC ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ และส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยตรง บริษัทฯ ในฐานะองค์กรภาคเอกชนซึ่งมีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สจริต มีคุณธรรม โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี และหลักจรรยาบรรณ MFEC ตลอดจนนโยบายและแนวทางปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ มีการกำหนดนโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน (Anti-Corruption and Anti-Bribery Policy) ไว้ในนโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ (Corporate Compliance Policy) ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (Corporate Governance and Business Code of Conduct) ของบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าเป็นหนึ่งในแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) และคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2556 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 มีมติอนุมัติ ปรับปรุง หลักเกณฑ์การกำกับดูแล กิจการที่ดีของบริษัท หลักเกณฑ์ที่นำเสนอปรับปรุงดังกล่าวมีการเพิ่มหัวข้อ “จรรยาบรรณว่าด้วยการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งเราได้ถือปฎิบัติตามมติอนุมัติดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน รวมถึงหลักเกณฑ์ในการทำธุรกรรมกับบุคคลในภาครัฐ/ภาคเอกชน” และกำหนดให้ฝ่ายบริหารนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวสื่อสารและถ่ายทอดให้พนักงานในองค์กรยึดมั่นในจริยธรรมอันดี ส่งเสริมให้พนักงานปฎิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการขององค์กรรวมถึงแจ้งให้คู่ค้า รับทราบนโยบายในการทำธุรกิจขององค์กรและมอบหมายให้เลขานุการบริษัทนำ หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการฉบับปรับปรุงเผยแพร่ ต่อผู้ลงทุนในเว็บไซต์ของบริษัท www.mfec.co.th เพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายรับทราบจริยธรรมขององค์กรต่อไป

แนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

พนักงานและผู้บริหารในองค์กร จัดให้มีสวัสดิการส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมปฏิบัติธรรมโดยกำหนดให้พนักงานและผู้บริหารมีสิทธิในการลาเพื่อปฏิบัติธรรมประจำปี เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมอันดี พร้อมปรับปรุงหลักการกำกับดูแลกิจการประจำปี 2557 ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งให้พนักงานรับทราบและยึดเป็นหลักเกณฑ์ในปฏิบัติงาน อาทิเช่น การเสนอขายสินค้าจะหลีกเลี่ยงเสนอโครงการต่อภาครัฐที่ไม่มีความชัดเจน หรือการจัดซื้อสินค้า บริษัทมีนโยบายในการสั่งซื้อสินค้ากับนิติบุคคลเท่านั้น โดยจะไม่ซื้อสินค้าจากบุคคลธรรมดาเป็นต้น และมีบทลงโทษในสำหรับพนักงานประพฤติตนในทางทุจริตคอร์รัปชั่น คู่ค้า บริษัทได้จัดส่งหนังสือแจ้งจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจขององค์กรไปยังคู่ค้า (Partner และ Supplier) กว่า 500 ฉบับ เพื่อให้ทราบถึงระเบียบปฏิบัติของบริษัทในการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลขององค์กร

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Transparency)

การเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญ ถูกต้อง แม่นยำเพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียใช้ประกอบการตัดสินใจ บริษัทจึงมีนโยบายในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและมีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ

การเปิดเผยข้อมูล

1. กำหนดให้คณะกรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการรายงานข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลทั่วไปต่อผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนทั่วไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส เชื่อถือได้ และทันเวลา โดยมีคำอธิบายอย่างมีเหตุผล พร้อมตัวเลขสนับสนุนทั้งในด้านผลการดำเนินงาน นโยบาย และแนวโน้มในอนาคต ตลอดจนผลสำเร็จและอุปสรรคของกิจการ เปิดเผยในรายงานประจำปี ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ56-1) และใน Website ของบริษัท www.mfec.co.th ทั้งภาคภาษาไทยและภาคภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่แก่ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทได้รับทราบสารสนเทศอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ข้อกำหนดตามเกณฑ์ของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป โดยรายงานทางการเงินทุกฉบับจะได้รับการสอบทานหรือตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัท คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท
 
2. กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายการระหว่างกันอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการกำหนดราคาระหว่างกันกรณีการซื้อขายสินค้าระหว่างกัน เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน เงินกู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ลูกหนี้ และเจ้าหนี้การค้าในกิจการที่เกี่ยวข้องกัน การลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกัน การค้ำประกัน และการให้หลักประกันแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับทราบข้อมูล และความโปร่งใสโดยละเอียด ภายใต้มาตรการการอนุมัติการทำรายการระหว่างกัน เมื่อบริษัทและบริษัทย่อยจะมีการดำเนินธุรกิจกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไขปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจตามปกติและเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป เสมือนทำรายการกับบุคคลภายนอก (Arm’s length Basis) ทั้งนี้หากมีรายการระหว่างกันที่เข้าเงื่อนไขรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียนกับบริษัทย่อย หรือบริษัทร่วม ผู้มีอำนาจควบคุม หรือผู้บริหาร คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณา และดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทโดยครบถ้วนและเป็นไปตามระเบียบของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 47 เรื่องการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งกำหนดโดยสมาคมนักบัญชี และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
 
3. กำหนดนโยบายกำกับดูแลในการป้องกันผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือผู้อื่นโดยมิชอบ และกำหนดให้ผู้บริหารต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือครอง (ตามแบบฟอร์ม 59-2) ไปยังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตามตลาดหลักทรัพย์ตามระเบียบ รายละเอียดตามที่กำหนดไว้ในหมวด 2 และหมวด 5
 
4. เพื่อเป็นการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วนและเชื่อถือได้กับผู้ลงทุน สถาบันการเงิน ผู้ลงทุน นักวิเคราะห์กำหนดให้ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเสนอสารสนเทศที่สำคัญของบริษัท